เส้นทางรักกลางมรสุม ‘กระต่าย-ครูไพบูลย์’ แม่เคยกีดกัน เริ่มต้นจากความเมตตา-สงสาร

  • By Entertainment Addict Editorial Team
  • 25 พ.ย. 2021 (10:30 น.)
  • 0

ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องของ ครูไพบูลย์ แสงเดือน และ กระต่าย พรรณนิภา ซึ่งหลังจากที่ทั้งคู่ออกมาเปิดตัวยอมรับว่ามีลูกแล้ว เรียกได้ว่าเจอมรสุมชีวิตลูกใหญ่เลยทีเดียว โดนบูลลี่สารพัด จนเจ้าตัวทนไม่ไหว ยื่นฟ้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

งานนี้ ทั้งสองคนได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง วัน 31 ที่มีเป็กกี้ ศรีธัญญา และใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ช่วงเวลาหนึ่งมันมีข่าวที่เรียกว่า คนก็ให้ความสนใจมาก เพราะว่ากระต่ายมีน้ำมีนวลขึ้นตอนนั้นหลายคนก็พุ่งเป้าไปว่าท้องหรือไม่ท้อง สุดท้ายก็ออกมาแถลงข่าวว่าท้อง สถานการณ์ตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง ?

ครูไพบูลย์ : มันค่อนข้างเครียดมาก เพราะว่าที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องส่วนตัวที่เราไม่อยากเปิดเผย ช่วงเวลานั้น น้องทำงานด้วยและอีกอย่างเราจะมีคนที่ต้องมองเราว่า ตอนเนี้ยด้วยอายุและวัย มันเหมาะสมหรือยัง มันสมควรที่จะมีได้หรือยัง ที่จริงแล้วทุกคนถ้ามันบรรลุนิติภาวะโดยการจดทะเบียนสมรส ถือว่าเป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้อง ครอบครัวทั้งสองฝ่ายยอมรับมันไม่ผิดอยู่แล้ว มันบรรลุนิติภาวะ แต่น้องเค้ามีคนที่ติดตามเยอะ ๆ มีคนที่เครซี่เขามาก ถึงขั้นว่าฉันต้องได้ใกล้ชิดได้เจอศิลปินคนนี้สักครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเรามาบอกว่าน้องมีครอบครัวแล้วมันอาจจะเป็นเรื่องที่เป็นผลลบมากเกินไปก็เลยยังไม่เปิดตัว

พอเปิดตัวคิดไหมว่ามันจะเดินทางมาถึงจุดนี้ ?

ครูไพบูลย์ : ไม่เคยคิดว่ามันจะรุนแรงถึงขนาดนี้ เพราะว่าเราตั้งใจว่า มันเป็นเรื่องเรื่องครอบครัวของเรา

แล้วกระต่ายล่ะ พอเปิดตัวปุ๊บเป็นอีกเรื่องเลยบานปลายไปใหญ่โตมากตอนนั้นรู้สึกยังไง ?

กระต่าย : เครียดมากเลยค่ะ เราก็ ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ค่ะ เพราะปกติแล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก็ไม่มีคิดเรื่องอะไรแบบนี้ แต่พอเจอแบบนี้เราก็เครียดแล้วก็มีร้องไห้ มีขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว ก็เครียดหนักมาก

ครูไพบูลย์ : ช่วงนั้นเราเครียด เพราะวันที่เราออกมาเปิดตัวเราแฮปปี้มากวันที่ 1 สิงหาคม ที่เรามาแถลงข่าวว่าเรายอมรับนะ ว่าเรามีน้องแล้วเราก็คบหากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็มีจดทะเบียนสมรสกัน แต่หลังจากนั้นมีฟีดแบคอีกแบบหนึ่งที่มีเรื่องราวดราม่าที่ผ่านรายการต่าง ๆ

กระต่าย : แต่ที่จริงก็ว่าจะเปิดตัวอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าเราแค่รอเวลาที่เหมาะสม

ในช่วงแรก ๆ หลายคนก็รู้สึกนะ ว่าที่ยังไม่ได้ออกมาบอกเหมือนกับว่าทั้งสองคนตั้งใจจะปกปิดเอาไว้หรือเปล่า ?

ครูไพบูลย์ : ตอนแรกมันไม่ถือว่าต้องปกปิด แต่มันยังไม่ถึงเวลามันยังไม่ถึงเวลาอันสมควร เอาเป็นว่าเราคุยกันตลอด เพราะว่าทุกคนในครอบครัว รวมถึงองค์กรเราจะรู้แล้วว่าตอนนี้มีน้องนะ แต่เราพยายามทำงานแล้วก็รักษาภาพมันเป็นส่วนของศิลปินไม่อยากให้เขามองว่าทำไมมีน้อง เราอุตส่าห์ติดตามเราอุตส่าห์ชอบ

ทุกอย่างทั้งสองคนก็ค่อย ๆ ที่จะบอก ค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับแฟนคลับด้วยกับคนที่จะรู้เรื่องราวของเรา ?

ครูไพบูลย์ : ตัดสินใจแถลงเลยครับแถลงข่าวให้ทราบ ว่าตอนนี้เราคบกันแล้ว ก็มีน้องด้วยกันตอนนี้น้องก็ได้ 5 เดือนแล้ว

หลังจากแถลงข่าวไป กระต่าย มีผลกระทบอะไรกับเรื่องงานบ้าง ?

กระต่าย : เยอะเลยค่ะทั้งช่องยูทูบแล้วก็ร้านอาหาร ก็โดนปิดกิจการไปช่วงหนึ่งเพราะมีคนมาถ่ายรีวิวว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เลยต้องปิดนิดนึงเพราะว่าให้มันผ่านกระแสช่วงนี้ไปก่อน

ครูไพบูลย์ : มันมีช่วงหนึ่งช่วงแรง ๆ เลยนะครับ ช่วง 2-3 เดือนแรก คือ นอกจากยูทูบ ผมทำเพลงใหม่ไม่ได้เป็นเดือนเลย ทำลงก็โดนด่า แล้วเขามีตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อดิสไลค์หรือว่าเป็นบูลลี่ เราไม่อยากทำอะไรเลยร้านอาหารเปิดตั้งแต่ มิถุนายน-กรกฎาคม แล้วพอมาเจอแบบนี้ก็ต้องไปปิดก็เกือบเดือน แล้วมาปรับปรุงเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น

ตอนนั้นความรู้สึกเราเป็นยังไงบ้าง ที่เราคิดว่าการที่เราบอกความจริงไปมันจะโล่ง แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด ?

ครูไพบูลย์ : อันนี้มันเป็นเรื่องที่มันเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันเลย พอมันเกิดขึ้นเราต้องทำใจและยอมรับพยายามคุยกันให้ดีที่สุดพยายามอย่าเพิ่งใช้อารมณ์กับคนอื่น หมายถึงทั้งกับคนที่มาคอมเมนต์

กระต่ายเป็นยังไงบ้างกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ?

กระต่าย : เครียดมากค่ะ เปิดในโลกออนไลน์ก็จะมีคนมาด่าเรา ทักแชทมาก็มี หนูก็เครียด

เห็นว่าต้องขังตัวเองไว้ในห้อง ?

กระต่าย : ใช่ค่ะ ไม่อยากออกไปเจอใคร มันเหมือนกับเราเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ บอกไม่ถูก เป็นอยู่ช่วงแรก 1-2 อาทิตย์

ครูไพบูลย์พูดอะไรกับน้อง ที่น้องเครียดหนัก ?

ครูไพบูลย์ : ส่วนใหญ่จะกอดและให้กำลังใจ มันอาจจะเป็นพายุ อาจจะเข้าช่วงพายุใหญ่ เดี๋ยวเราก็ผ่านมันได้ อยู่ที่ว่าเราจะนิ่งแล้วปล่อยให้มันซัดผ่านไปก่อน

ตอนที่ดิ่งมันเศร้าแค่ไหน ?

กระต่าย : สุด ๆ เลยค่ะชีวิต เพราะว่าหนูไม่คิดว่าหนูจะมาเจอเหตุการณ์ณ์แบบนี้ หนูทะเลาะกับเขาเลยนะ ว่าทำไมมันเป็นอย่างนี้ เขาก็เข้ามากอดเราแล้วก็บอกว่าให้สู้ ๆ เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป

เห็นบอกว่ากระต่ายก็มีแพลนที่อยากจะมีลูกตั้งแต่ปี 63 ทำไมเราถึงรู้สึกว่าเราอยากจะมีลูก ?

กระต่าย : ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราเราอยากมีครอบครัวอยากมีคนมาเติมเต็มคำว่าครอบครัวของเราให้มันสมบูรณ์แบบ ทีนี้ก็คุยกันว่าอยากได้ลูกแฝดนะ ทีนี้ก็ว่าจะไปทำแล้ว แต่มีน้องเพลินเพลงก่อนก็เลยไม่ได้ทำค่ะ

แต่ว่าแฟน ๆ หลายคนก็รู้สึกว่า สำหรับน้องมันเร็วไปไหมอายุ 17-18 ไม่อยากใช้ชีวิตเหมือนอย่างวัยรุ่นคนอื่นเหรอ ?

กระต่าย : ในความคิดหนู หนูพร้อมแล้วค่ะ พร้อมที่จะมีครอบครัวแล้ว ถามว่าเร็วมั้ยก็ในชีวิตของเราในความคิดของเราคิดว่าพร้อมแล้วที่เราจะมีลูกแล้ว ก็สร้างอนาคต สร้างทุกสิ่งทุกอย่างไว้เพื่อตัวเองแล้วก็ลูกเรา

อยากจะไปใช้ชีวิตวัยรุ่นไหม ไม่อยากไปเที่ยวแบบว่าใช้ชีวิตอย่างวัยรุ่นคนอื่นเหรอ เรารู้สึกยังไงบ้าง ?

กระต่าย : ในส่วนตัวหนูไม่ค่อยชอบเที่ยวเท่าไหร่ค่ะ ส่วนมากก็จะอยู่แต่กับยูทูบ ดูโทรศัพท์

ครูไพบูลย์ : เพราะตั้งแต่อายุ 15 ก็เริ่มมีงานคอนเสิร์ตงานเพลง ถามว่าได้ใช้ชีวิตความเป็นวัยรุ่นไหม เราอยู่กับการทำงาน ทีนี้เราคุยกันว่าปี 63 ถ้าเรามีลูกแล้วสัก 2 คน หลังจากนั้นหนูจะมีชีวิตที่เป็นส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น

กระต่าย : แต่เขาก็พาเที่ยวตลอด อยากไปผับใช่ไหม เขาก็จะพาไป ถ้าอยากไปทะเลอะไรแบบนี้เค้าก็จะพาไปหมดเลย

ครูไพบูลย์ : ที่จริงแล้วชีวิตความเป็นวัยรุ่นมันไม่สำคัญเท่ากับความเป็นตัวเองและครอบครัวที่มันสมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบไม่ได้หมายความว่าดีพร้อมนะ หมายความว่าเราต้องเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์คือมีครอบครัวมีฐานะการเงินอาชีพแล้วก็มีเวลาให้กับสุขภาพ

หลายคนที่มองจากรอบนอกมองว่าความรักครั้งนี้เป็นความรักที่ไม่เหมาะสมอาจารย์ว่าไง ?

ครูไพบูลย์ : เขาอาจจะมองหรือว่าเสพข่าวอีกมุมหนึ่ง ที่จริงแล้วผมลาออกจากราชการออกจากครูตั้งแต่ปี 61 ซึ่งมันนานมาแล้ว และเราเพิ่งคบกันจริงจังคือช่วงต้นปี 63 ตอนนั้นคือเริ่มหึงหวง เริ่มมีแอบสงสัยเขาคุยกับใคร

กระต่าย : ช่วงนั้นหนูอกหักพอดี ก็เลยไปปรึกษาเขา ว่าความคิดผู้ชายทำไมคิดแบบนี้ มันคิดยังไงมันเป็นอะไร

ทำไมเราถึงตัดสินใจปรึกษาเขา ?

กระต่าย : เขาคือผู้ใหญ่ที่ดูแลหนู เขาสามารถให้ความอบอุ่น สั่งสอนหนูได้ทุกอย่าง

กระต่ายเขามาปรึกษาอาจารย์ว่ายังไง ?

ครูไพบูลย์ : จริง ๆ แล้วก็ห้ามเราไม่อยากให้มีตั้งแต่แรกเลย ผมก็เคยผ่านชีวิตแบบมีแฟน ก็ค่อนข้างที่จะมาเรื่อย ๆ มันไม่มีความสุขเลย สุดท้ายรัก เลิกรา หย่าร้าง แต่ถ้ามันหย่าร้างกันไปแล้ว จบกันด้วยดีมันจะแฮปปี้เป็นเพื่อน เป็นพี่ แต่เมื่อไหร่จบกันด้วยอคติ จบกันด้วยความไม่พึงพอใจมันก็จะเป็นปัญหา ผมเลยบอกว่าอย่าเพิ่งมีเลย รอให้พร้อม ผมจะบอกว่าให้หาเงินก่อน หาเงินให้ได้เยอะ ๆ ผมเป็นคนที่เครียดในเรื่องของการวางแผนเรื่องการเงินมาก ผมวางแผนให้นะครับ ทั้งครอบครัวน้องแล้วการเงินน้อง เวลารับงานจะเคลียร์ กับเด็กทุกคนในค่ายก็เหมือนกัน ผมบอกว่าจะเกิดอะไรก็แล้วแต่หาเงินได้เยอะก่อน เมื่อไหร่ที่เรามีเงินมีฐานะทางการเงิน ครอบครัว คนรัก มาทีหลังแล้วมันจะสมบูรณ์แบบ

แล้วอาจารย์มารักกันได้ ?

ครูไพบูลย์ : เป็นความเมตตาแบบมันเห็นอกเห็นใจกัน เกิดจากความใกล้ชิดและความสงสาร บางครั้งน้องครอบครัวน้อง แม่ไม่สบายเขาไม่มีคนดูแลบ้าง ผมก็ต้องไปช่วย อะไรหยิบยื่นได้ก็เข้าไปช่วย คุณพ่อคุณแม่มีปัญหาเรื่องการเงิน เป็นหนี้เราก็บอกน้องเอาตรงนี้ไปช่วยพ่อช่วยแม่ ตอนแรกคุณพ่อคุณแม่จะไม่โอเค ช่วงแรกตั้งแต่ตอนไปคอนเสิร์ตใหม่ ๆ คุณแม่บอกว่าไม่อยากให้คบกับใคร ไม่อยากให้มีเรื่องชู้สาวให้โสดก่อน ถ้ามีแม้แต่กับครูหรือกับใครก็แล้วแต่แม่จะให้เลิกทำเลย ให้กลับไปเรียนเหมือนเดิม เราจึงเซฟตัวเองมาก ทำงานก็จะคุยกันเฉพาะเรื่องงาน

แอบได้ยินว่าแอบไปหึงเขา เริ่มตอนไหน ?

ครูไพบูลย์ : ช่วงเขามีเริ่มมีเพื่อนผู้ชายคุย ต้นปี 63 เริ่มรู้สึกแล้วว่าเราไม่มีใคร เราเคว้งคว้างมานาน คุยมาเรื่อย ๆ มันไม่มีความจริงจังเลย สุดท้ายเราอายุผ่านไปแล้ว จะตั้งหลักยังไงได้ก็เริ่มหา พอดีน้องอยู่ใกล้อยู่บ้านใกล้กันไปซื้อบ้านใกล้กัน ความใกล้ชิดเพิ่มขึ้น เรารู้สึกว่าเขามาเติมเต็มในส่วนที่เราขาดไป และเขาก็รักแม่ รักลูกของเรา รักทุกคนในครอบครัว แม้แต่พี่ชายผม เขาจะสนิทกับทุกคนในครอบครัวผมมาก

เราเป็นนักร้องแฟนคลับหล่อ ๆ ก็เยอะ ทำไมต้องเป็นครูไพบูลย์ ทำไมเปิดใจให้ ?

กระต่าย : ที่เปิดใจเพราะเขาเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูง เป็นคนอบอุ่น สามารถช่วยเหลือเราซัพพอร์ตเราได้ตลอดเวลา ไม่ว่าแม่หนูจะป่วยหรือว่าหนูจะเป็นอะไร เขาจะพาและซัพพอร์ตเราตลอดเวลา เริ่มแรกคุณแม่ห้ามไม่ให้คบกัน ตอนที่รู้ตอนปี 63 ด่าว่าทำไมเธอทำแบบนี้ ทำไมมีแฟนเร็วจัง สุดท้ายก็โอเค คุยกันอะไรกัน

เอาชนะใจคุณแม่ได้ยังไง เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่คุณแม่จะไม่ให้ทำงานแล้ว ?

ครูไพบูลย์ : เพราะผมให้ใจและให้ทุกอย่าง อย่างเรื่องเงินผมจะให้เห็นเป็นอันดับแรกเลยว่า คุณแม่ครับวันนี้เราได้เท่านี้นะครับ แล้วผมแบ่งน้องเท่านี้ ค่าใช้จ่ายผมทุกเดือนเท่านี้นะครับ เราชัดเจนแล้วแม่รู้สึกว่าเราเคลียร์ เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นผมก็บอกว่าครอบครัวผมมีแค่นี้นะ มีพี่ชาย มีแม่ เพราะว่าคุณพ่อผมก็เสียนานแล้ว เราเกิดมาจากความยากจน เราเลยเห็นอกเห็นใจกัน ผมเลยวางแผนว่าถ้าเราไปซื้อบ้านใกล้ ๆ กัน น้องก็ได้ทำงาน เริ่มไปหาคุณแม่แล้วช่วงปี 63

ใช้เวลาในการพิสูจน์ความรักน้องกระต่ายกับคุณแม่นานมั้ย ?

ครูไพบูลย์ : ขั้นแรกมันเป็นเรื่องของความจริงใจในการทำงานก่อน ทำงานซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อกัน หลังจากนั้นพอรู้ว่าเราแอบชอบหรือมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน คุณแม่ก็เริ่มมองแล้วว่าหนูพร้อมมั้ย อนาคตจะเป็นยังไง ถ้าวันนึงไม่มีกระแสแล้วไม่มีเพลงแล้วจะอยู่ยังไงต่อ แล้วครูจะจริงใจมั้ย เพราะตอนนั้นผมก็มีไปเรื่อย ๆ คุยไปเรื่อย ๆ แม่จะพูดกับผมว่าครูหยุดได้หรือยัง

สมัยก่อนเจ้าชู้ ?

ครูไพบูลย์ : ไม่ได้เจ้าชู้ครับ ก็เหมือนผู้ชายทั่วไป เราไม่มีใคร เราจะไปไหนกับใครจะคุยกับใคร ตอนนั้นที่คุณแม่ถามผมก็ยังไม่มั่นใจ ก็มีทะเลาะกัน คุณแม่จะเข้าข้างกระต่ายดีมาก เวลาผมพูดอะไรไปสุดท้ายก็ไปแอบคุยกันสองคน ระแวงคุณแม่ว่าเขาจะชอบเราหรือเปล่า จะโอเคกับเราหรือเปล่า

ก่อนจะตกลงคบกับครูไพบูลย์ รู้หรือเปล่าว่าเขามีครอบครัวมาก่อนแล้ว ?

กระต่าย : รู้ค่ะรู้ เรื่องนี้เราก็คุยกัน

ครูไพบูลย์ : มันเป็นเรื่องจบไปแล้วตั้งแต่ 3 ปี ที่จริงตอนนั้นแม่กับน้องจะเซฟน้องมาก ไม่ให้ใกล้เวลาทำงานจะไปด้วยตลอด

คุณแม่ของน้องกระต่ายแสกนอย่างหนัก ?

ครูไพบูลย์ : ใช่ครับ คือตอนนั้นถ้าคบครูหรืออะไร แม่บอกให้เลิกทำงาน กลับไปเรียนอย่างเดียวเลย แม่ก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่ากลับไปเรียน แต่ด้วยผมบอกว่าขอร้องเองเลยว่าน้องจะดังนะแม่ ผมมั่นใจเลยว่าน้องจะดังให้ทำงานต่อไปด้วยกัน แม่กับพ่อก็ต้องไปด้วย แม่ พี่ชาย พ่อ ทุกคนไปกับน้องหมดเลย

ทุกคนมีอดีตเป็นของตัวเอง แต่ว่าเคลียร์จบหมดแล้ว ?

ครูไพบูลย์ : หมดแล้วครับ

อายุห่างกัน 12-13 ปี มีเรื่องทะเลาะเถียงกันมั้ย ?

ครูไพบูลย์ : ก็มี บางทีเขาจะมีคิดเหมือนเด็ก ทำไมต้องคิดอย่าเพิ่ง

กระต่าย : แกคิดหัวโบราณอะค่ะ ก็ไม่ทันศัพท์ของวัยรุ่น แล้วก็จะแบบอิหยัง คืออิหยังนิ บางครั้งแกไม่ทันอะไรแบบนี้ เราเป็นคนอธิบาย พออธิบายบางครั้งก็ไม่เข้าใจก็เครียด

ครูไพบูลย์ : เหมือนจะหยอกเราแต่มุกมันแป๊ก บางทีเค้าดูอะไรอยู่ดีๆนี่เห็นมั้ย บางทีเค้าไปดูข่าวที่เป็นกระแส ผมก็อีหยัง

การคบกัน กระต่าย มีข้อตกลงกับ ครูไพบูลย์ ด้วย ?

กระต่าย : ข้อตกลงของหนูตอนที่คบกันแรกคือขอตังค์เดือนละ 50,000 ยาท ได้ไหม จะไปซื้อเสื้อผ้า อันนี้ขอเฉพาะหนีจากเงินเดือน บางทีเราอยากได้ ถ้าใส่ไม่ได้ก็เก็บไว้ในตู้

ครูไพบูลย์ : มันก็ไม่ได้ เราไม่ได้มีเงินซัพพอร์ตอะไรขนาดนั้นแต่ตอนแรก ๆ ก็หนักใจ

กระต่าย : ตอนแรก ๆ ก็ให้อยู่ค่ะ

ครูไพบูลย์ : ตึบอยู่ครับ เดือนแรกให้เลยครับ ต่อมาเริ่มไม่ให้แล้วครับ มันไม่จำเป็นแล้วนะครับ

เคยถามไหมทำไมต้องซื้อเสื้อผ้า 50,000 บาท ?

ครูไพบูลย์ : ถามครับ ผมบอกไม่จำเป็น เค้าบอกว่าใส่แล้วคนจำได้ ถ่ายรูปลงคนจำได้ เดี๋ยวเค้ามาแซะหนูอีกว่าใส่แต่ชุดเดิม พวกของแบรนด์เนมก็ตามโอกาสเราไม่ได้ไปซีเรียสอะไร ส่วนใหญ่น้องจะชุดร้องเพลงมากกว่า

กระต่าย : แฟชั่น เราใส่ชุดนี้ถ่าย MV เราก็เปลี่ยนไปอีกชุด

ครูไพบูลย์ : แต่ข้อเสนอของเขาก็ได้แค่เดือนเดียว หลังจากนั้นไม่ไหวแล้ว

โมเมนต์ของการเป็นคุณแม่ ?

กระต่าย : คำว่าแม่มันยิ่งใหญ่มาก ๆ จากที่หนูเป็นคนไม่ค่อยอดทนกับอะไร ก็อดทนมากขึ้น จากที่เราไม่เคยเสียสละให้ใคร เราก็เสียสละให้เขา หนูรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่มาก แต่ส่วนมากคุณยายจะเป็นคนดูแลเวลาหนูมางานหรือไปออกงานคุณยายจะดูแลแทน

เรามองว่าตัวเองโตขึ้นไหม กับการได้ลูกมาคนหนึ่ง ?

กระต่าย : หนูรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นคิดมากกว่าทำ แต่ก่อนถ้าจะทำก็ทำไปเลย แต่ทุกวันนี้ก็จะคิด คิดหนักมาก ถามแม่ ถามสามี ถามคนในครอบครัวทั้งหมดว่าเราจะทำดีไหม เราจะทำยังไงดีเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบไปถึงเค้า

น้องชื่อน่ารักมาก?

กระต่าย : ชื่อ เพลินเพลงพิณ เป็นทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง

ก่อนหน้านี้มีภาวะคลอดก่อนกำหนด ?

กระต่าย : ตอนนั้นหนูเครียด เรื่องถ้าออกน้องไปแล้วมันจะเป็นยังไง ช่วงนั้นเครียดหลายเรื่อง ตอนนั้นเราแค่คิดว่าถ้าคลอดน้องไปแล้วจะมีผลกระทบอะไรตามมาหรือเปล่า คิดถึงงานยูทูบด้วย เพราะว่าช่วงนั้นหนูไม่ได้ลงอะไรเลย รายได้มันก็ตกคิดหนักมาก เพลินเพลงก็แข็งถี่ ๆ เลยทุก 5 นาทีเลยไปหาหมอ ตอนแรกจะออกน้องที่ 35 วีค แต่คุณหมอก็ให้กินยาและฉีดยาไม่ให้คลอดก่อนกำหนด จะรอให้น้อง 37 วีคก่อน สุดท้ายก็ได้ผ่าคลอดตอน 37 วีค 1 วัน เพราะหนูปวดท้องมากและมีน้ำไหลออกมาด้วย คุณหมอก็ส่งเข้าผ่าเลย

ตอนนั้นตื่นเต้นไหม ลุ้นจะคลอดก่อนกำหนด ?

กระต่าย : ตื่นเต้นค่ะ เพราะว่าหนูไม่เคยเข้าห้องผ่าตัดเลย เป็นครั้งแรก ตื่นเต้นอยากเจอหน้าเขา กลัวด้วยอยากเห็นหน้าเขาด้วย หลังจากคลอดถ่ายรูปเสร็จหนูก็สลบไปเลย ประมาณ 4 ชั่วโมง

จะมีอีกคนตามมาไหม ?

กระต่าย : อยากมีอยู่ค่ะ อยากได้ลูกสาว ตอนไปอัลตร้าซาวด์คุณหมอบอกว่าได้ลูกสาวน่ารักจังเลย เราดีใจมาก คุณหมอให้กำลังใจเพราะเขารู้เราอยากได้ลูกสาว

ครูไพบูลย์ : แต่ก็ไม่เป็นไรลูกชายก็รักเหมือนเดิม

อยากมีอีกสักกี่คน ?

กระต่าย : อยากมีอีกสักคนพอค่ะ แต่อยากได้ลูกสาว

เราเป็นคนสาธารณะข่าวต่าง ๆ คิดไหม ว่าจะตอบลูกเรายังไงกับคำถามต่างๆ  ที่ลูกไปอ่านเจอ ?

ครูไพบูลย์ : ผมว่าในส่วนของเราจะให้เรื่องความรัก ระบบครอบครัวมากกว่า เมื่อเขาโตขึ้นเขาจะได้เรียนรู้เองว่าถูกผิดคืออะไร แล้วเรื่องราวที่ผ่านมา เพราะผมรักลูกทั้ง 2 คนมาก ผมตั้งเป้าไว้เลยว่าอยากส่งเขาเรียนต่างประเทศ เราเกิดมายากจนพอเราพอหาได้บ้าง ก็อยากส่งเสียเค้าให้เขาได้รับการศึกษาที่ดี ได้รับคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่าย

กระต่าย : สำหรับหนูให้ความอบอุ่นเขาพาเค้าทำกิจกรรม แต่ถ้าเขาโตขึ้นเขาก็อาจจะรู้เอง เขาอาจจะเข้าใจ

ติดตามรับชมรายการ คุยแซ่บShow ย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama


Entertainment Addict Editorial Team
อ่านทั้งหมด