สรพงษ์มั้ยล่ะ? ศึกกระเป๋าแบรนด์เนม ‘ทีน่า’ ยอมเปลี่ยนชื่อ แต่ไม่จ่าย 2 ล้าน อ้างพูดเล่น

  • By Entertainment Addict Editorial Team
  • 21 ธ.ค. 2021 (08:43 น.)
  • 0

กรณีดราม่าร้อนแรงกระเป๋าแบรนด์เนม Hermès Constance 24 ราคาเกือบครึ่งล้าน เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งขายให้ร้านค้าที่ดูน่าเชื่อถือ แต่แม่ค้ากลับบอกว่าเป็นของปลอม ไม่คืนกระเป๋าให้ พร้อมใช้ปากกาเขียนลงไปบนกระเป๋าว่า ปลอม โดยมีเดิมพันว่าหากเป็นของแท้จะเลิกเป็นกะเทย โอนเงินให้ลูกค้า 2 ล้าน และเปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์ ต่อมากูรูกระเป๋าแบรนด์เนมได้ตรวจพิสูจน์ ยืนยันว่าเป็นของแท้ ส่วนแม่ค้าได้โอนเงิน 3.8 แสนคืนให้ลูกค้า แต่อีกฝ่ายไม่รับเงิน ยันจะเอา 2 ล้าน และขอให้คู่กรณีเปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์ตามที่ลั่นวาจา

ล่าสุด (20 ธ.ค.) รายการโหนกระแส ได้เชิญ  ชมพู่ จิดาภา เจ้าของกระเป๋า มาพร้อม ทนายเกิดผล แก้วเกิด เผชิญหน้า ทีน่า แม่ค้าคู่กรณี มาพร้อมเพื่อนสองคน , ครูเจี๊ยบ – ครูพิชญ์ สถาบันตรวจสอบกระเป๋า นำผลการตรวจสอบมาออก , ครูเอ็ด-ชานนท์ แตงโสภา จากสถาบัน Catch Fake Brandname โดยมี หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ

เกิดอะไรขึ้น ?

ชมพู่ : หนูอยากขายกระเป๋าแอร์เมส เลยเสิร์จหาร้านที่เขารับซื้อ และเจอร้านนี้ แบรนด์เนม 168 เจอในเว็บไซต์และไอจี หนูเห็นว่ามีหน้าร้าน ดูน่าเชื่อถือ หนูเลยทักขายไป แต่ทักหลายร้านเหมือนกันค่ะ แต่ร้านเขาให้ราคาดีที่สุดเลยเลือกร้านเขา เขาให้ 395,000 บาทค่ะ กระเป๋าใบนี้อยู่กับหนูก่อน แล้วส่งให้เขาตรวจสอบ ส่งไปทางเคอรี่ค่ะ

เขาติดต่อมาว่า ?

ชมพู่ : เขาบอกว่าได้รับแล้ว ขอเช็กของก่อน หนูก็โอเค แล้วเขาบอกว่าแม่ทีน่าไม่ว่างติดธุระอยู่ แล้วหายไป 1 วัน หนูเลยโทรไปเบอร์แอดมิน เขาบอกว่าเดี๋ยวเช็กให้แล้วหายไป หนูเลยทักไปอีกรอบ เพราะรู้สึกกังวลใจ ถ้าไม่สะดวกโอน ขอกระเป๋าคืนได้มั้ย แล้วหนูก็โทรไปหาเบอร์เจ้าของร้านอีกรอบ เขาบอกขอเช็กก่อน แล้วก็วางไป สักพักเขาติดต่อกลับมาว่าไม่ต้องกังวลนะคะ ของปลอม มารับคืนได้เลย

เราทำยังไง ?

ชมพู่ : หนูก็งง หนูก็ ฮะ? ปลอมเหรอ

ทางทีน่าดูว่าปลอมแล้วไม่คืน แล้วทำยังไง ?

ชมพู่ : เขาเอาปากกาขีดหน้ากระเป๋าแล้วเขียนว่าปลอมค่ะ

หลังจากนั้นทำยังไง ?

ชมพู่ : หนูก็ถามเขาว่าปลอมเหรอคะ ปกติหนูขายของหนูก็ไม่ปลอม หนูเลยบอกว่าหนูขอติดต่อพี่ที่ซื้อมาก่อน เขาก็งงเหมือนกันว่าปลอมได้ไง หนูเลยบอกว่าขอคืนได้มั้ย เดี๋ยวจะไปเช็กกับที่ซื้อมา เขาบอกว่าไม่ได้ ของปลอมคืนไม่ได้ ต้องทำลาย เพราะเดี๋ยวถ้าปล่อยไปก็จะไปเดือดร้อนร้านอื่น หลังจากนั้นหนูก็เลยโทรไปหาเขาอีก บอกว่าขอคืนได้มั้ย เขาบอกให้ไปเอาที่โรงพัก แล้วอยู่ ๆ ก็มีผู้ชายโทรมาหาหนู บอกว่าเป็นพี่ชายเขา บอกว่าอยู่โรงพักให้มาเอาที่โรงพัก ทีแรกเขาให้หนูไปเอา เขาบอกมาได้เลย เขาปักหมุดให้หนู หนูเลยให้แมสเซ็นเจอร์วิ่งไปรับ แต่เขาปักหมุดที่วัด พอแมสฯ ไปถึงก็โทรมาหาหนูบอกว่าถึงแล้ว แต่อยู่ที่วัดค่ะ ไม่ได้ของ หนูก็เลยโทรไปหาเขา เขาก็บอกว่าไม่คืน บอกว่าให้เจ้าของมาเอาเอง หนูก็อธิบายไปแล้วว่าหนูอยู่เชียงใหม่ จะเอาไปเช็ก ถ้าปลอมจะบอกพี่อยู่แล้ว แต่มั่นใจว่าไม่ปลอมแน่นอน

ทีน่าเกิดอะไรขึ้น เอาตามข้อเท็จจริง ไม่ด่านะ ?

ทีน่า : ไม่ด่าค่ะ (หัวเราะ) เราถามเขาไปว่ากระเป๋านี้ซื้อร้านไหน เราคุยกันไม่เคลียร์ ก็รู้สึกว่าเราเคยโดนสไตล์นี้ ถ้าปลอมไม่เหมือนเราจะไม่ซีเรียส แต่อันนี้มันก้ำกึ่งมาก ๆ เราเลยโทรถามว่าซื้อจากร้านไหน ก็ได้คำตอบที่ไม่เคลียร์ ได้คำตอบที่ไม่ชัวร์ พอเราถามแมสฯ เขาบอกวิ่งให้คุณชมพู่เราก็คิดว่าอ้าว ชมพู่อยู่โน่น ทำไมมีแมสฯ ที่นี่ แต่ประเด็นนี้ไม่เป็นไร เราก็ถามไป พอเขาบอกของจริง เราก็บอกว่าเราขอเช็กกระเป๋า ถ้าของจริงเราจะซื้อ

คุณขอซื้อใบนี้ราคาเท่าไหร่ ?

ทีน่า : 3.95 แสน ราคาตอนแรกเขาขอ 3 แสนนิด ๆ 3 แสนอัปค่ะ เด็กที่ร้านคุยค่ะ ตอนแรกน้องให้ไป 3.5 แสนก่อน แล้วมา 3.7 แสน แล้วถึงมา 3.95 แสน

ทำไมเป็นสเต็ปแบบนั้น ?

ทีน่า : เราก็เลยสงสัยว่าทำไมมันดูแปลก ๆ เราก็เลยเข้าไปดู

ตอนแรกชมพู่เสนอขายเท่าไหร่ ?

ชมพู่ : ตอนแรก 3 แสนอัป ที่เป็นแบบนั้นเพราะหนูถามอีกร้านเหมือนกัน เขาให้ 3.5 แสนเท่ากัน หนูก็เลยตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกร้านไหน

ตอนแรกคุณจะไม่ขายให้เขาแล้วเพราะราคา 3.5 แสนเท่ากัน ทีน่าบอกขอ 3.7 แสน ให้ลูกค้า หลังจากนั้นคุณก็บอกว่าเครียด อีกร้านให้ 3.7 แสนเหมือนกัน หนูก็จะไปขายเขาอีก ทางนี้บอกว่าได้ งั้นให้ 3.95 แสน เหมือนประมูลกัน ?

ชมพู่ : ใช่ค่ะ ก็เขาให้เยอะไงคะ หนูถึงเลือกร้านเขา

ปั่นราคามั้ย ?

ชมพู่ : ไม่ได้ปั่นค่ะ เขาให้เรามากก็ต้องเอาค่ะ

คุณให้ 3.95 แสน ?

ทีน่า : ถ้าได้ราคานี้ก็ถูกอยู่นะคะ ราคาไม่แพง

คุณเปิดรานขายกระเป๋ามานานหรือยัง ?

ทีน่า : 4 ปีแล้วค่ะ

แม่นแค่ไหนในการดูแอร์เมส ?

ทีน่า ไม่เคยพลาดเลยสักครั้งนะคะ แต่เคยพลาดมาครั้งนึง เพราะความสนิท ความเชื่อใจ เห็นเขาเป็นคนในวงการ ความเชื่อใจ แต่พอขายไปปุ๊บไปมีปัญหา

จุดไหนคิดว่าปลอม ?

ทีน่า : ยาแนวปลิ้นออกมา ก็รู้สึกว่าเคยเจอแบบนี้ ที่เป๊ะเวอร์ ๆ แบบนี้ ก็คิดว่าไม่ใช่แล้ว เราก็อยากพิสูจน์

อยากพิสูจน์หรืออยากเอาชนะ ?

ทีน่า : เราก็ซื้อไงคะ จะได้ไม่เสียกันทั้งสองฝ่าย

คุณก็เขียนว่าปลอม ?

ทีน่า : เพราะเราซื้ออยู่แล้วค่ะ เราซื้อแน่นอน

แต่คุณบอกเขาว่าใบนี้ปลอม ?

ทีน่า : เขาบอกแท้ แต่เราบอกปลอม โอเคเราซื้อ ตอนแรกยืนยันไม่ได้นะคะ

ถ้าปลอม คุณก็จะจ่าย 3.95 แสนเหรอ ?

ทีน่า : ใช่ค่ะ เราจะไปพิสูจน์ทีหลัง ตอนแรกขอแค่ให้ชัวร์ คือเราโกงเขาไม่ได้แน่นอน เพราะเรามีหน้าร้าน

คุณเขียนปลอมบนกระเป๋าของเขาทั้งที่ยังไม่ทันได้โอนเงินให้เขา คุณคิดว่าถูกต้องเหรอ ?

ทีน่า : อาจจะไม่ถูกต้อง ตรงนั้นเราอาจจะผิดพลาด พลาดที่ไปเขียน เพราะเราต้องการพิสูจน์ แต่ยังไงเรารับผิดชอบแน่นอน การันตี

มั่นใจว่าเราแม่น ?

ทีน่า : ใช่ค่ะ เราตั้งใจไว้แล้ว เรากลัวว่าถ้าจ่ายเงินไปแล้ว เป็นของปลอม เราจะเอาคืนไม่ได้ ไม่รู้จะตามกับใคร

การที่คุณไปเขียนโดยที่ยังไม่ได้พิสูจน์จากร้านหรือคนที่แม่นกว่าคุณ หรือขอหลักฐานเขาบ้างมั้ย ?

ทีน่า : ขอค่ะ โทรไปถาม แต่ก็ไม่ได้ยืนยันค่ะ

ชมพู่ : หนูให้เบอร์ร้านที่หนูซื้อไป พี่คนนี้หนูรู้จักกันและเขาใช้แอร์แมสตลอด เขาใช้ของแท้ตลอด หนูก็บอกว่าถ้าปลอมเอากลับคืนมาสิ เดี๋ยวหนูจะเอาไปเช็ก เพราะพี่ยังไมได้เสียเงินให้หนูสักบาทเดียวเลย

การไปเขียนโดยที่ไม่รู้ว่าปลอม หมายถึงคุณซื้อแล้วใช่มั้ย ?

ทีน่า : เราต้องการพิสูจน์ เราซื้อแน่นอน

ถ้าปลอมจะโอนเงินให้เขามั้ย ?

ทีน่า : ถ้าปลอมก็คือปลอม ปลอมก็ไม่โอนไงคะ

แต่ตอนนั้นคุณยังไม่รู้ไงว่าจริงหรือไม่จริง ?

ทีน่า : เราถึงต้องรอการันตี ไม่ต้องกลัว เราซื้อแน่นอน แต่ถ้าปลอมเราก็ไม่ซื้อ เราขอพิสูจน์แป๊บนึง จริง ๆ อยากโอนให้เลย แต่ไม่รู้ทำไง โอนแล้วหายไปเลยก็ไม่รู้จะตามที่ไหน ถ้าเรารู้จักเขาก่อนเราก็โอนเงินไปให้ได้เลย

ประเด็นไม่ได้จบแค่ตรงนั้น เหมือนเวลานั้นคุณบอกว่าถ้าไม่แท้ ขอทิ้งเลย ไม่จ่าย ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงไปประกาศเรื่องเงิน 2 ล้าน มันเป็นการตอกฝาโลงเลยว่าคุณมั่นใจว่าปลอมทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ ?

ทีน่า : เหมือนทุกคนก็พูดใส่เรา เราก็เลยพูดพนันไปเลย 2 ล้านกับเพื่อนเรา เราพูดสไตล์เรา เราไม่ได้พูดว่าเราตกลงกับเขา 2 ล้าน เราพูดสไตล์สาวประเภทสอง พูดสไตล์เชิด ๆ ทำนองนั้น

คะนองปาก ?

ทีน่า : (พยักหน้า) จะพูดยังไงล่ะ

คำพูดมันคือนายคน ?

ทีน่า : ใช่ เรารู้ แต่ตรงนี้เราไม่ได้พูดว่าการันตีในการขายเรา เรารู้อยู่แล้วว่าเราทำอะไร เราพูดให้ดูเฮฮา

แต่เขาไม่เฮด้วยไง ?

ทีน่า : แต่เราจ่ายเขาแน่นอน ตามราคาที่ตกลง 3.95 แสน เขาได้เงินแน่นอน ไม่ต้องกลัวไม่ได้เงิน

คุณจะเลิกเป็นกะเทย เปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์ ?

ทีน่า : เลิกเป็นได้หรือเปล่า (หัวเราะ)

คนเขาก็รอไง คุณบอกถ้าพิสูจน์มาแล้วเป็นของแท้ คุณจะเปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์ ?

ทีน่า : เปลี่ยนไม่ได้หรอกค่ะพี่ ใครจะเปลี่ยนได้พี่ ดูสภาพหนูสิคะ

เข้าใจเพศสภาพ คุณรักในสิ่งนี้ไม่มีใครว่า วันนี้จะเปลี่ยนเป็นผู้ชายคงทำไม่ได้ แต่สิ่งที่คะนองบอกไปทำไม่ได้ แค่สิ่งที่คุณทำได้ เปลี่ยนชื่อสรพงษ์ได้มั้ย ?

ทีน่า : มันเข้ากับหนูเหรอคะ (หัวเราะ)

ก่อนหน้านี้ชื่ออะไร ?

ทีน่า : มงคลศักดิ์ค่ะ

เปลี่ยนได้มั้ย ชาวเน็ตจะได้จบ ?

ทีน่า : จริง ๆ แล้วเราการันตีทุกอย่าง แต่เรื่องนี้เราพูดสนุก เฮฮา

แต่คนดูไม่สนุกไง ?

ทีน่า : ลูกค้าได้เงินอยู่แล้ว เราพูดแล้วไม่ใช่ว่าลูกค้าขาดทุน ไม่ใช่นะคะ

ให้ดูกระเป๋า ใบนี้แท้มั้ย ?

ทีน่า : ไม่แท้ค่ะ

อีกใบล่ะ แท้มั้ย ?

ทีน่า : ใบนี้แท้ค่ะ

กรณีนี้ถ้าผลออกมากระเป๋าที่เขียน เป็นของแท้ขึ้นมาเขาจะโดนยังไงบ้าง ?

ทนาย : สิ่งที่ทีน่าพูดก็เป็นหมิ่นประมาท กล่าวหาว่าเขามอบของปลอมให้ ข้อความที่เขาโพสต์ลงเฟซบุ๊กทั้งหลายแหล่ก็เป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความเสียหายแก่คุณชมพู่ รวมทั้งข้อความที่เขาบอกว่าถ้าแท้ จะจ่าย 2 ล้าน ทางกฎหมายถือว่ามีผลเพราะเป็นคำมั่น คุณทีน่าต้องไปศึกษากฎหมายเรื่องคำมั่น

ทีน่า : เราพูด เราเล่นการพนัน แต่หนูพูดตามสไตล์ของหนู

ทนาย : แล้วแต่ศาลจะว่าครับ แต่มันมีผลแน่นอน ตอนเรียนปริญญาตรีปี 1 คำมั่นเริ่มตั้งแต่บทเรียนแรก

ทีน่า : อันนี้เราตกลงราคากันไว้แล้ว แต่อันนี้เราพูดเหมือนท้าทายกับเพื่อน สไตล์ตัวเราเอง พูดไปเรื่อย แต่คำพูดตรงนี้ไม่ได้ทำให้ใครเสียผลประโยชน์

ฝั่งคุณยืนยันว่าคำพูดที่บอกว่าถ้าแท้จะจ่าย 2 ล้าน ฝั่งนี้เขาบอกว่ามันคือคำมั่น คุณพูดไปแล้ว ข้อกฎหมายมันมีผล แสดงว่าทางนี้เขาไม่ยอม คุณต้องได้คืนเท่าไหร่ ?

ชมพู่ : 2 ล้านค่ะ 3.95 แสนไม่เอาแล้วค่ะ

ทนาย : เขาทวงเงินคืน และทางนี้ก็โอนเงินคุณแล้ว

คุณทวงเงินเขาคืนด้วยเหรอ ?

ทีน่า : ก็เขาไม่ขายให้หนูนี่คะ

ทนาย : เมื่อวานเขาส่งเลขบัญชีมาให้และทวงตั้งแต่เช้ามืดเลย น้องชมพู่โทรมาหาบอกว่าถ้าไม่ขายก็ขอเงินคืน ก็แสดงว่าไม่มีข้อตกลงอะไรเกิดขึ้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราไม่ขอรับเงินตรงนี้ ในฐานะเป็นทนายความชมพู่ คงพูดเยอะไม่ได้ เพราะไม่ได้อยู่ในฐานะคนกลาง

ทางนี้ไม่ยอม จะเอา 2 ล้านให้ได้ ?

ชมพู่ : ไม่ยอมค่ะ

อาจารย์ดูแล้ว มองเป็นยังไง ใบที่เป็นของกลาง ?

ครูเอ็ด : โอเคครับ ถ้ามาขายให้ผม ผมก็รับซื้อ แท้ครับ มั่นใจ ถ้าเรารับซื้อของปลอม ก็เหมือนเราเอาเงินไปโยนทิ้ง อีกอย่างเรามีที่ปรึกษา มีเพื่อนที่ใช้ และกลุ่มที่ใช้แอร์เมส เราก็ถามเพื่อน ๆ ด้วยกัน เพื่อน ๆ เขาก็มีเก็บเกือบทุกรุ่น เขาก็มาเทียบว่าอะไรที่เหมือนหรือไม่เหมือนกัน อันนี้ค่อนข้างมั่นใจเลย ใช้แบรนด์เนมมาหลายสิบปีแล้ว แอร์เมสก็ใช้มานานแล้ว ซื้อเกือบทุกรุ่นครับ ส่วนมากไม่ได้เรียน สั่งสมจากประสบการณ์ ส่วนมากเรามีของในมือ เรามีเพื่อน ๆ ที่เขามีเหมือนกัน ก็มานั่งดูกัน บางคนได้มาจากแหล่งที่ไม่มั่นใจ ก็มาถามเรา เราดูว่าอันนี้แปลกก็สามารถให้ข้อมูลเขาได้

ครูเจี๊ยบ กับครูพิชญ์ เช็กแล้วนะใบนั้น ตร. ส่งให้ดู ?

ครูเจี๊ยบ : ขอแสดงความเป็นกลางว่าเราไม่รู้จักทั้งสองฝ่าย ใบนี้ตร.โทรมาหาเราก่อนเป็นข่าว โทรมาบอกว่ามีคนแจ้งว่ามีคนกล่าวหาว่ากระเป๋าเขาปลอม เขาเลยต้องการส่งตรวจกับทางสถาบัน ให้ออกใบการันตีให้ แต่เราแจ้งตร.ว่าการออกใบการันตีเราแค่ประกอบการแจ้งความเฉย ๆ คนที่จะมีสิทธิ์เด็ดขาดชี้ว่าใบนี้แท้หรือปลอม ต้องเป็นตัวแทนสิทธิ์เท่านั้น คือช็อปแอร์เมสเท่านั้น ตร.บอกว่าไม่รู้จะไปติดต่อช็อปยังไง สถาบันออกใบให้ก่อนได้มั้ย เราบอกว่าได้ค่ะ เรายินดีจะช่วยเหลือ แต่ต้องส่งกระเป๋าใบจริงมาเท่านั้น แต่ตอนนั้นกระเป๋ายังอยู่กับคุณทีน่า จนพอเกิดข่าว คุณทีน่าส่งกระเป๋าให้ตร. ตร.ส่งกระเป๋ามาตรวจกับเรา เราก็แสดงความเป็นกลางว่าไม่รู้จักทั้งสองฝ่าย ส่งมาจากสน.บางขุนเทียนโดยตรง ร้านเราเปิดมานานร่วม 7 ปีแล้วค่ะ และสอนสปากระเป๋าแบรนด์เนมด้วยค่ะ มีการดีลกับอเมริกา 2 ที่ เป็นองค์กรที่มีการตรวจสอบกระเป๋า

ครูเอ็ด : เป็นเว็บไซต์ที่เป็นที่แพร่หลาย คนใช้แอร์เมสจะรู้จักเพราะผลสามารถใช้ได้ทั่วโลก

ครูเจี๊ยบดูแล้ว ครูพิชญ์ล่ะดูแล้วยืนยันว่า ?

พิชญ์ : ก็แท้

สามคนนี้ดูแล้วบอกว่าแท้หมด แต่ทีน่าบอกว่าปลอม ?

ทีน่า : เราก็ไม่ได้เถียงอะไรนะคะ เราก็ยอมรับว่าเราผิดพลาด เราไม่ได้ค้านเลยนะ ถึงรอให้เช็ก

เป็นบทเรียนมั้ย ?

ทีน่า : ใช่ เราใจร้อนไปนิดนึง เราดูผ่าน ๆ ไม่ได้เช็กไปลึก ๆ

สถาบันประเทศไทย ยืนยันว่าแท้แน่นอน คุณส่งไปตรวจสอบอเมริกา ?

เจี๊ยบ : ใช่ค่ะ ส่งไปสองที่ ได้ผลออกมาแล้วค่ะ

เปิดสด ๆ ผลออกมาคือแท้ พี่เกิดผลโพสต์ไปแล้ว ?

ทนาย : ผมไม่รู้ว่าเป็นของสถาบันต่างประเทศ เข้าใจว่าเป็นของคนไทย

ครูเอ็ด : ต่างประเทศก็บอกว่าแท้

ทีน่า : เราไม่ติดใจค่ะ เราก็พลาดค่ะ

ประเด็นเกิดขึ้น ฝั่งเพื่อน เครียดมั้ยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ?

เพื่อนทีน่า : ไม่เท่าไหร่ค่ะ

ทีน่า : เรารับผิดชอบอยู่แล้ว เราบอกแล้วว่าเราจะซื้อ

3.95 แสน รับมั้ย ?

ชมพู่ : ไม่ค่ะ เอา 2 ล้าน เพราะเขาทำลายกระเป๋าหนูไปแล้ว

ทีน่า : ตอนเขาส่งมาขายไม่ได้ตกลงที่ 2 ล้านค่ะ

เอาเบอร์กิ้นเขาไปแทนมั้ย ?

ชมพู่ : ไม่เอาค่ะ จะเอา 2 ล้านค่ะ

คุณก็ไม่ได้มีการท้วงติงอะไร วันนี้จะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นยังไง ?

ทีน่า : เราก็ซื้อไง เราไม่ได้ค้านหรืออะไร เรายินดีที่จะซื้อ

ตอนนี้ฝั่งนี้ไม่เอาแล้ว 3.95 แสน เขาต้องการ 2 ล้าน เพราะคุณพูดไปก่อนหน้านี้ เรื่องเพศสภาพคุณไม่มีทางเปลี่ยนได้ ทีหลังต้องเตรียมใจไว้นะกับสิ่งที่คุณพูดออกมา เพราะคำพูดคือนายคุณ และคุณเปลี่ยนเพศสภาพไม่ได้อยู่แล้ว ?

ทีน่า : เหมือนคำสร้อยค่ะ แต่ไม่ได้เสียหายในเชิงธุรกิจ หรือทำให้ลูกค้าเสียหาย เราตกลงในราคาที่ตกลงไว้ คำพูดเราไม่ได้พูดแล้วลูกค้าขาดทุน

เพศสภาพยังไงคุณก็เปลี่ยนไม่ได้ อันนี้คือสิ่งที่พลาดที่พูดไป อันนี้เข้าใจ เรื่องแท้จะจ่าย 2 ล้าน เรื่องนี้เป็นเรื่องทนายบนชั้นศาล เขาต้องร้องคุณแน่ ?

ทีน่า : เราไม่ได้ตกลงกันว่าจะจ่ายสองล้าน เราเหมือนพูดเล่น พนันกัน

แต่คุณก็เหมือนแพ้พนันไปแล้ว ?

ทีน่า : โอเค ก็ไปฟ้องได้

สมัยก่อนชื่อมงคลศักดิ์ แล้วเปลี่ยนเป็นนภาพัฒน์ คุณเปลี่ยนเป็นสรพงษ์ได้มั้ย ?

ทีน่า : เปลี่ยนได้ค่ะ เปลี่ยนให้เลยค่ะ อยากให้เปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ค่ะ ยินดี พรุ่งนี้จะเปลี่ยนแล้วจะโชว์ให้ดูค่ะ

แต่ 2 ล้านขอคุยบนชั้นศาล ?

ทีน่า : เราซื้อไม่ได้หรอกค่ะในราคา 2 ล้าน เปลี่ยนชื่อไม่ได้เสียหายอะไร แต่ 2 ล้านมันซื้อได้หรือเปล่า เดี๋ยวทัวร์ก็ลงอีก

คุณไปโมโหไปโกรธอะไรคุณพุทธ ?

ทีน่า : เราเล่าให้ฟังอย่างนึงแต่ไปเสนออย่างนึง เราก็อุ้ยตาย ทำไมพูดแบบนี้ กระเป๋าเราคืนไปแล้ว แล้วบอกว่าสรพงษ์ไม่ยอมคืนกระเป๋า สรพงษ์ก็สรพงษ์ ใครเรียกสรพงษ์ก็ไม่โกรธ เรายอมรับได้ แต่คุณพุทธพูดในทางที่ไม่ใช่เรื่องจริง เรื่องเงินก็เหมือนกันที่บอกว่าเรายังไม่ได้โอน เราโอนไม่ครบ พูดให้เราเสียอย่างเดียวเลย เขาพูดไม่ตรง เราบอกอย่างก็พูดอย่าง ตัดหมดเลย เหมือนให้ทัวร์มาลงเรา ซึ่งเราเข้าใจ เรารับได้ ทัวร์ลงไม่ว่า ไม่โกรธ แต่คุณพุทธต้องพูดความจริงสิ เรารับได้เพราะสตรอง แต่คนอื่นเขาไม่รู้

อมรินทร์รออยู่ข้างล่างเดี๋ยวไปเคลียร์ ?

ทีน่า : โอเคค่ะ เราพูดไปยาวมาก แต่อมรินทร์ตัดตรงที่เราคุยกันธรรมดา เราพักก่อนกับอมรินทร์ เคลียร์ปุ๊บก็ตัดอีก

คุณจะฟ้องคนไปด่าคุณมั้ย ?

ทีน่า : คนมาด่าสรพงษ์เราไม่ได้คิดจะฟ้อง เราเข้าใจสังคม แต่ถ้ามากไป จนลามปามคนอื่น

คุณโพสต์กระเป๋าทำไมไม่ให้ส่งตรวจ ทัวร์อวตารบล็อกไปถือว่าไม่ใช่คน คนเบี้ยน้อยหอยน้อยขอให้เบา เพราะ…แม่แพงมาก เข้าใจแล้ว กีแม่แพงมาก ?

ทีน่า : แม่มั่นเวอร์ค่ะ (หัวเราะ)

พูดง่าย ๆ ว่าคุณจะฟ้องเขา ?

ทีน่า : ไม่ค่ะ คนพูดธรรมดาเราไม่ฟ้อง ให้ด่าก็ไม่ฟ้อง แต่คนพูดไม่รู้เรื่อง ลามปามเราอาจจะฟ้อง เราผิดพลาด ด่ามาก็ไม่ได้ว่าอะไร เราเข้าใจ มีแรงก็ด่ามา นี่ก็เชิดอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นคนอื่นไม่ใช่เรา เขาคงอยู่ไม่ได้ เราสงสารคนอื่น

สงสารตัวเราเองก่อนดีกว่า ?

ทีน่า : เราไม่ซีเรียสค่ะ เราเชิด เราฟ้องเฉพาะคนพูดไม่รู้เรื่องค่ะ

ไปผูกอาฆาตเขาทำไม ?

ทีน่า : โอเค ไม่ฟ้องแล้ว

คุณหากินในโซเชียล ก็เท่ากับคุณเอาชีวิตไปผูกพันในโซเชียลอยู่แล้ว การติ ด่า ว่าต้องมี ต้องยอมรับให้ได้ ถ้าเราแสวงหาผลประโยชน์จากโซเชียลอย่างเดียวไม่ได้ ?

ทีน่า : ไม่ฟ้องแล้วค่ะ

จบนะ ไม่ฟ้อง 2 ล้าน ?

เพื่อนทีน่า : คุณทนายจะฟ้องทีน่าอยู่แล้ว ก็ให้เป็นอีกคดี เป็นคดีการพนันแล้วไปเคลียร์ทีเดียวที่ศาลเลย

เขาท้าให้ฟ้องการพนันอีกคดีด้วย ?

ทนาย : ยังมีคดีอื่นอีกครับ เขาไม่ได้เล่นการพนันกับคุณนะ

เพื่อนทีน่า : ตอนเอ้บอกว่าคุณไม่เอาเหรอ 2 ล้านเอากระเป๋ามาสิ แต่น้องเขาไม่รับคำท้าทีน่าเลยค่ะ

ทีน่า : ตอนนั้นเราอยากได้กระเป๋ามาตรวจพิสูจน์ กระเป๋าอยู่ในแสง ไม่ได้เอาไปแอบไปซ่อนนะคะ เราไม่มีสิทธิ์ไปยักยอกเขาค่ะ

เรื่องแบบนี้เกิดบ่อยมั้ย ?

พิชญ์ : มีทุกวันอยู่แล้ว เพราะวันนึงมีคนส่งตรวจกับเราเยอะอยู่ บางทีก่อนซื้อขายเขาก็เช็กก่อนเพื่อให้มั่นใจ เพราะมีทั้งแท้ทั้งปลอม ในตลาดออนไลน์มันค่อนข้างเยอะ แต่คดีแบบเดือดทั้งสองฝ่าย นาน ๆ มาที แต่ปกติก็ทั่ว ๆ ไป

พี่เกิดผลเอาไงต่อไป ?

ทนาย : ขึ้นอยู่ที่น้องชมพู่ครับ

ชมพู่ : ฟ้องต่อไปค่ะ สิ่งที่เขาพูดเขาทำไม่ได้ ก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดค่ะ

ทนาย : สิ่งแรกที่เขากล่าวหาว่าส่งกระเป๋าปลอมมาให้เขา ถือว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ทุกคนมองเขาเป็นมิจฉาชีพด้วยซ้ำจากสิ่งที่คุณทีน่าพูด คุณทีน่าพยายามสื่อสารทำนองนี้ว่าชมพู่อาจเป็นมิจฉาชีพ ซึ่งชมพู่เขาก็เป็นแม่ค้าคนนึง เขาเสียชื่อเสียง เสียหาย

ชมพู่ : กระเป๋าใบนี้เป็นของหนู ปกติหนูทำแบรนด์เสื้อผ้า

ทนาย : การไปพูดทำนองนี้ทำให้สังคมมองว่าคุณชมพู่เป็นมิจฉาชีพได้ อย่างน้อยก็หมิ่นประมาท การโพสต์ก็เป็นพ.ร.บ.คอมพ์ได้ ผมกำลังตรวจพยานหลักฐานอยู่ และจะประชุมกันวันนี้ จะไปฟ้องที่ไหน ฟ้องคดีอะไรบ้าง ขอสรุปวันนี้ก่อน

ทีน่า : โอ้ย

เข็ดมั้ย ?

ทีน่า : หนูติดต่อตลอด หนูไม่ได้เอากระเป๋าไปซ่อน

ชมพู่ : แต่พี่ไม่คืนไงคะ หนูให้แมสฯ ไปรับ พี่ก็ปักหมุดที่วัด

ทีน่า : บ้านอยู่ใกล้วัดค่ะ

ชมพู่ : แมสฯ หนูโทรหาเขาว่าบ้านอยู่ไหนก็ไม่ยอมบอก ไม่ยอมคืน แล้วไปปักหมุดที่วัดท่ากระบือ

ทีน่า : บ้านเราอยู่ติดวัดท่ากระบือจริง ๆ ค่ะ (หัวเราะ) เราพูดความจริง เราไม่ได้หลบค่ะ บ้านเราอยู่ติดกับวัด เราไม่ได้เอากระเป๋าเขาไปซ่อนหรือแอบ เราไม่ได้เอากระเป๋าเขาไปเปลี่ยน ไม่เคยค่ะ

ชมพู่ : อีกวันหนูบินไปหาพี่ พี่บอกให้หนูไปเจอที่ร้าน แต่ร้านพี่ก็ปิด

ทีน่า : ร้านพี่ทำอยู่

ชมพู่ : ก็พี่บอกพี่อยู่ทุกวัน มาได้เลย แต่พอไปถึงก็ปิด

ทีน่า : ปกติก็เปิดทุกวันค่ะลูก แต่ร้านปิดทำรีโนเวทอยู่

เขาให้ 5 แสนจบมั้ย ?

ชมพู่ : มัน … (ถอนใจ)

มาที่กระเป๋าใบที่คุณบอกแท้หรือไม่แท้ กระเป๋ารุ่นเดียวกับชมพู่ ทีน่าดูเอาไว้ สามใบนี้

ครูเจี๊ยบ : มีหนึ่งในนั้นเป็นของครูเจี๊ยบ ให้ครูเอ็ดเฉลยดีกว่า

ครูเอ็ด : ใบไม่แท้คือใบสุดท้าย

โอเคทีน่าทายถูก ดูจากตรงไหน ?

ทีน่า : ใบนั้นดูง่าย ถ้าดูแล้วไม่รู้เลย อยู่ไม่ได้นะคะ

จะเขียนมั้ยว่าปลอม ?

ทีน่า : (หัวเราะ) เดี๋ยวเสียอีก 2 ล้าน ไม่ไหวค่ะ

ใบกลางคุณบอกว่าปลอม ?

ทีน่า : หนูตัดสินจากรูปทรง ดูคร่าว ๆ เลย ไม่มานั่งดูเป็นจุด ๆ

คนขายของมือสองได้ เขาต้องแม่นมาก ถ้าขายนาฬิกาเขาต้องดูเองว่าแท้หรือปลอม ไม่งั้นส่งไปให้ที่อื่นดู เช็กของ บอกเลยไม่มืออาชีพ เพราะคนเปิดร้านขายของมือสองต้องแม่นมากในการซื้อเข้าหรือออก ใบที่สองนี่เซ็นเลยมั้ยว่าปลอม ?

ทีน่า : เรามองผ่าน ๆ ค่ะ

ใบไหนของคุณเจี๊ยบ ?

ครูเจี๊ยบ : ใบกลางค่ะ

ทนาย : อ้าว ครูเจี๊ยบใช้ของปลอมเหรอ

ทีน่า : ใบนี้เราไม่ได้ฟันเลย เรามองผ่าน ๆ

ครูเอ็ด : มันมองพลาดกันได้

เจี๊ยบ : ใช่ค่ะต้องใช้เวลาในการตรวจ

ทีน่า : เรามองแค่คนละทรง คนละไซส์

ถ้าไม่แม่นก็พลาดได้ ใครก็ตามจะซื้อต้องระวัง ?

ทีน่า : ดูทรงเสร็จก็ต้องมาดูรายละเอียดอีกที ต้องมองหลาย ๆ จุด แต่เรามองอะไรมองไกล ๆ มองทรงก็ประมาณนี้ ทรงสำคัญสุด นอกจากนั้นค่อยเก็บรายละเอียด

เคยซื้อกระเป๋าปลอมมั้ย ?

ทีน่า : เคยซื้อที่บอกว่าเป็นของคนในวงการค่ะ ความเชื่อใจไงคะ เราส่งไปฮ่องกงก่อนไปปารีส แล้วเขายึดไปเลย

ดาราผู้หญิงเหรอ อักษรย่อมาหน่อย ?

ทีน่า : (เขียนให้ดู)

บ้า จริงเหรอ ?

ทีน่า : เราเชื่อใจเขาไง เราเลยไม่สนใจ เรามองผ่านๆ เราซื้อมา 3.3 แสน เราเชื่อใจ ลูกค้าก็ไม่รู้ว่าปลอม มารู้ตอนหลัง เราก็โอนเงินคืนลูกค้าไปก่อน ทุกอย่างก็ต้องทำ ถ้าเรื่องเงินไม่ต้องกลัวถ้าปลอมเราการันตีได้

ภาษาชาวบ้านเขาบอกว่าพล่อย ต้องคิดถึงความเป็นจริงด้วย ถ้าอะไรก็ตามที่ให้เปลี่ยนเพศสภาพเราเป็นไปไม่ได้ อันนี้ถือ ว่าพล่อย ?

ทีน่า :ใช่ค่ะ แต่ทุกอย่างเราพูดไปจริง แต่ที่เราพยายามให้ตรวจให้เช็ก

แต่คนมองที่ประเด็นคุณกล้าท้า กล้าพูด ไปเล่นกับความเป็นจริงอย่างนี้ ?

ทีน่า : เราคิดว่าเราต้องจ่ายเขาอยู่แล้วไง ที่เราซื้อ

2 ล้านไปว่ากันบนชั้นศาล ?

ทนาย : ขอถามคุณทีน่าก่อน คุณทีน่าเข้าใจความหมายการพนันและคำมั่นแตกต่างกันยังไง แยกออกมั้ย

ทีน่า : เราก็ไม่รู้นะคะจุดนี้

ทนาย : ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราก็รู้กันครับ

เปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์ คุณต้องเปลี่ยน เปลี่ยนเสร็จเอาบัตรใบใหม่คุณโชว์ในโลกโซเชียลว่าคุณทำแล้ว ?

ทีน่า : โอเคค่ะ ยินดีค่ะ

อย่าทำแบบนี้อีก การขายของมือสองต้องแม่น และอย่ามั่นใจว่าเราชัวร์ที่สุดแล้ว มุมน้องจะดำเนินคดีต่อ ?

ชมพู่ : ใช่ค่ะ

มีอะไรอยากแนะนำมั้ย ?

ทนาย : เรื่องคำพูด เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าพูดออกไปแล้ว คำพูดเป็นนายเราและมีผลผูกพันตามกฎหมาย คำพูดทุกคำมีราคาครับ

เรื่องฟ้อง คุณไม่ฟ้องแล้ว ?

ทีน่า : ไม่ฟ้อง ขี้เกียจ เหนื่อย

วันนี้พลาดจริงก็ต้องยอมให้เขาด่า ?

ทีน่า : จริง ๆ ไม่เคยโกรธ

แต่โกรธที่เขาหาว่าคุณโกง ?

ทีน่า : ใช่ อันนี้เรารับไม่ได้ เราทำตรงนี้มาเรากล้าพูดได้เลยว่าเราไม่เคยโกงใคร เรื่องเครดิตสำคัญ ถ้าบอกเราเคยโกงเขา เอามายืนยันเลยค่ะ

ทำไมน้องมองอย่างนี้ ?

ชมพู่ : มองปกติค่ะ

ทนาย : พี่หนุ่มนี่ไม่แผ่วเลย (หัวเราะ)

ทีน่า : เราตกลงตามราคาเลยค่ะ ถ้าเราเคยโกงใครให้มาชี้ได้เลยค่ะ

กระเป๋าตกลงเป็นของใคร ?

ชมพู่ : หนูโอนคืนเขาแล้วค่ะ

เป็นของชมพู่ ก็ไปว่ากันในชั้นศาล สุดท้ายพรุ่งนี้เปลี่ยนเป็นสรพงษ์ สุดยอด แล้วอย่าไปด่าใครเขาอีกนะ ?

ทีน่า : หนูไม่ได้ด่านะคะ

คุณเปิดประเด็นดาราเคยขายของปลอม?

ทีน่า : เราโดนจริง ๆ พอเราขอคืนเขาก็ว่าเราว่านานแล้วนะ เราไว้ใจเขาไงคะ เราก็เลยเป็นอย่างนี้


Entertainment Addict Editorial Team
อ่านทั้งหมด