‘หมอเจี๊ยบ’ เคลียร์ข่าวเมาท์รัก ‘เดียร์’ เริ่มไม่หวาน แจงเหตุคนมองเป็นขาหื่น

  • By Entertainment Addict Editorial Team
  • 05 ม.ค. 2022 (11:54 น.)
  • 0

หมอเจี๊ยบ ลลนา เปิดใจเคลียร์ข่าวเมาท์รักเราเริ่มไม่หวาน พร้อมตอบทำไมถึงไม่แต่งงานกับแฟนสาว เดียร์ บุศรา สักที ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง วัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ช่วงปีใหม่ หรือช่วงเวลาฉลอง ทำไมหลัง ๆ ไม่ค่อยลงรูปคู่ ?

หมอเจี๊ยบ : “ช่วงหลัง ๆ งานยุ่ง ๆ ไม่ค่อยได้เล่นอินสตาแกรมเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นน้องเดียร์มาช่วยถ่ายรูป พอมีงานมีอะไรเจี๊ยบก็จะโพสต์ ยิ่งช่วงหลังเวลาเรามีกิจกรรมกับเพื่อน ๆ มือถือจะไม่ค่อยอยู่กับตัว แต่ว่ารักเราก็ยังหวานเหมือนเดิม”

คอนเฟิร์ม ?

หมอเจี๊ยบ : “คอนเฟิร์ม ยิ่งได้เข้าไปอยู่บ้านใหม่ ก็แฮปปี้อยู่มาจะปีนึงแล้ว”

หวานเจี๊ยบเหมือนเดิมเลย ?

หมอเจี๊ยบ : “หวาน แต่เจี๊ยบไม่ได้หวานเหมือนข้าวใหม่ ปลามัน แต่มันเป็นความรู้สึกว่าเรายิ่งรักเขามากขึ้นทุก ๆ วันมันเป็นความผูกพัน ความรู้สึกดี เรารู้สึกว่าเราไม่อยากเสียคนคนนี้ไป ไม่ว่าเราจะไปเจออะไรที่มันหวือหวาเรารู้สึกว่าเราไม่เสี่ยงที่จะแลกกับความสัมพันธ์นี้”

กี่ปีแล้ว ?

หมอเจี๊ยบ : “วันที่ 1 มกราคม ครบ 5 ปี แต่ถ้าเจอกันก็ครบ 6 ปีแล้ว”

บ้านที่ย้ายไปอยู่นี่ 20 ล้านใช่ไหม ?

หมอเจี๊ยบ : “อยู่ในเฉียดราว ๆ นั้น คือมันมีความสุขมาก เพราะบ้านหลังนี้เราพิถีพิถันมาก ออกแบบ 1 ปี ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี เราเข้าใจเลยว่าการรอคอยอะไรสักอย่าง แล้วมันเป็นสิ่งที่เราวางแผนด้วยกัน เราเห็นตั้งแต่เสาเข็ม เราเฝ้ารอทุกวัน แล้วเรารู้สึกว่าเราอยากมาอยู่ในที่ของเราแล้ว เรารู้สึกว่ามันจะเป็นสเปซของเรา เพราะเราก็มีลูกด้วยนะ ลูกหมา แล้วเวลาเราไปอยู่บ้านคุณพ่อ คุณแม่ หรือคอนโด มันไม่สะดวก แล้วพอเป็นที่ของเรา เรารู้สึกว่าเฝ้ารอเวลานี้มานาน”

คุ้มไหมกับ 20 ล้าน ?

หมอเจี๊ยบ : “คุ้ม วันแรกจำได้เลยว่าจะต้องพิธีย้ายเข้าบ้าน เขาบอกให้ต้มเส้น กินสปาเก็ตตี้กันเอง แล้ววันแรกที่ได้อยู่เรารู้สึกแบบแฮปปี้สุด ๆ นี่แหละเงินที่เราทำงานหามา ความพยายามที่เราสร้างมาจนเห็นบ้านในฝันของเราก็รู้สึกว่าเติมเต็มมาก”

จริงไหมที่คบกันใหม่ ๆ หมอเจี๊ยบขี้งอแง ขี้น้อยใจ เรียกร้องความสนใจจากแฟนตลอดเวลา จนตอนแรกเขาทนไม่ได้ ?

หมอเจี๊ยบ : “ไม่ เขาทนได้ แต่เจี๊ยบเนี่ยเวลาคนเห็นภายนอกจะรู้สึกว่าต้องแมนกว่า คนนี้ต้องสาว บุคลิกภายนอก และด้วยอายุเจี๊ยบที่มากกว่าน้องเดียร์ 6 ปี แต่ว่าพอในความสัมพันธ์จริง ๆ เจี๊ยบชอบแบบนี้นะ เราไม่จำเป็นต้องเข้มแข็ง ของเจี๊ยบเอาจริง ๆ ในความสัมพันธ์เจี๊ยบเป็นผู้หญิง น้องเดียร์จะแมนกว่า”

ทุกวันนี้ยังเป็นอยู่ไหม ?

หมอเจี๊ยบ : “เป็น ความสัมพันธ์ต่าง ๆ น้องเดียร์จะมีเหตุมีผลมากกว่าในการเข้าใจ สมมติงอน เขาจะไม่งอนเรื่องแบบผู้หญิงเลย แต่เจี๊ยบจะเหมือนผู้หญิง”

จริง ๆ แล้วเราเป็นคนซกมกจริงไหม ?

หมอเจี๊ยบ : “จริง เพราะเจี๊ยบทิ้งร่องรอยไง เขาจะได้ตามหาเราเจอ”

เอาจริง ๆ มันเป็นนิสัยส่วนตัวตั้งแต่เด็กไหม ?

หมอเจี๊ยบ : “ไม่รู้ เราไม่เคยรู้สึกตัว แต่พอมาอยู่กับเขา เขาคอยบอกตลอดเลย เราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าเจี๊ยบอยู่เวรเจี๊ยบจะมีชุดข้างในและข้างนอก สมมติถ้าเรากลับมาบ้าน เราก็จะถอดเสื้อตัวนอกออกก่อน แต่ว่าเรายังทำนู่นทำนี่อยู่ข้างล่างบ้าน เราก็กองไว้แล้วชิ้นแรกที่เราถอด อยู่ตรงไหนก็กองตรงนั้น บางทีเข้าห้องน้ำอยู่ก็ถอดวางไว้ตรงห้องน้ำชั้นล่าง บางทีถอดก็อยู่ตรงโซฟา ถุงเท้าอยู่ตรงไหนก็ตามที่เราถอดอยู่ คือเรื่องแบบนี้มันแล้วแต่คน เราไม่รู้ตัวจริง ๆ จนเขามาถ่าย เราก็เริ่มรู้ เวลาเจี๊ยบกินขนมตรงไหน ซองก็จะอยู่ตรงนั้น แต่เขาไม่เคยดุนะ เขาเอ็นดูของเขา ถามว่าทุกวันนี้ยังเป็นแบบนี้อยู่ไหม ก็บางครั้ง แต่ก็เป็นคนรักสะอาดอยู่”

เพื่อน ๆ ในแก๊งยกให้เดียร์เป็นขวัญใจเลย เพราะเขานน่ารักมาก ?

หมอเจี๊ยบ : “ใช่ เขาน่ารักมาก เขาเป็นแฟนที่เหมือนในอุดมคติเลย เวลาเราจะทำอะไรเขาจะคอยสนับสนุน ถึงแม้เราจะซื้อของประหลาดเต็มไปหมด น้องเดียร์เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ เขาบอกว่าถ้าไม่ได้ใช้เงินเกินตัว เขาจะไม่ว่า แต่หลัง ๆ เริ่มใช้เงินเกินตัว เริ่มมาเบียดเบียน ค่าประกันตัดไม่ผ่าน โอนให้หน่อย ล่าสุดของที่สั่งมามันไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน สมมติเดือนนึงไม่เห็นมีของมาตั้งตรงหน้า แต่เงินเจี๊ยบไม่เหลือ น้องเดียร์เขาแค่คอมเมนต์เรื่องใช้เงินเกินตัว แต่ว่าถ้าเป็นกิจกรรมแบบนี้เขาดีใจที่เจี๊ยบได้ทำในสิ่งที่เจี๊ยบรัก เจี๊ยบชอบเล่นเกม ก็จะมีเพื่อนเล่นเกมตลอด น้องเดียร์เขาจะรู้เขาจะคอยหาข้าว หาขนมให้กิน”

คบกันมา 6 ปี อยากมีลูกไหม ?

หมอเจี๊ยบ : “ไม่อยากมี เพราะเรามีน้องหมาก็เหมือนลูกแล้ว แล้วเรารู้สึกว่าเรามีชีวิตกัน 2 คนแบบนี้มันแฮปปี้กว่า มันแล้วแต่มุมมองของคน แต่สำหรับเจี๊ยบให้เจี๊ยบเกิดมาใหม่อีกรอบ เจี๊ยบยังไม่อยากเกิดมาเลยตอนนี้ เพราะเจี๊ยบรู้สึกว่าสังคมสมัยนี้มันใช้ชีวิตลำบาก มีไวรัสเข้ามาใหม่ แล้วการแข่งขันที่สูง หลาย ๆ อย่าง อากาศที่บริสุทธิ์ของเรายังหายากเลย เจี๊ยบว่าถ้ามีลูก เจี๊ยบจะเป็นห่วงเขามากเลย เจี๊ยบไม่สามารถที่จะรับมืออะไรแบบนั้นได้ การวางแผน การเงินต่าง ๆ เรารู้สึกว่าเราแฮปปี้กับการใช้เงินกัน 2 คนแล้วมีลูกเป็นน้องหมา 2 ตัวก็แฮปปี้สุดแล้ว คือมันเหนื่อยนะคิดดูดิ กว่าจะโตมาขนาดนี้ เราผ่านอะไรมา มันทั้งความเจ็บปวด เรารู้เลยว่าการที่เราจะโตมาจนถึงทุกวันนี้มันลำบาก แล้วไม่รู้ว่าถ้าเรามีลูก แล้วลูกเราจะแข็งเกร่งพอไหม เพราะบางทีเราเลี้ยงลูกมาในสิ่งแวดล้อมแบบนี้ แต่เราไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกอีกเยอะแยะมากมาย เราไม่รู้หรอกว่าเขาจะไปเจอกลุ่มเพื่อน หรืออะไร ถ้าเป็นหมา เราควบคุมได้ไง”

เจี๊ยบคิดแบบนี้ แต่เขาอยากไหม ?

หมอเจี๊ยบ : “เขาเหมือนเราเลย ทุกวันนี้ยังคุยกันเลย โชคดีเนอะที่เราไม่มีลูก อย่างโควิดที่ผ่านมาล่าสุด เรื่องการเงินเจี๊ยบว่ามันน่ากลัว อย่างเจี๊ยบมีอาชีพที่เป็นหมอ เจี๊ยบยังรู้สึกเลยว่าถ้าเราไม่มั่นคงมันอันตรายมากในสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะเราไม่รู้ว่าอาจจะหมดโควิด อาจจะมีสายพันธุ์ใหม่ เป็นไวรัลตัวใหม่ที่น่ากลัวกว่าโควิดอีกหรือเปล่าเจี๊ยบก็เลยรู้สึกว่าเรามีแค่นี้ดีแล้ว”

หมอเจี๊ยบติดเกมหนักมาก ?

หมอเจี๊ยบ : “ถ้าตอนเด็ก ๆ ก็คือไม่หลับไม่นอนเลย มานอนตอนเช้า แล้วเล่นใหม่ตอนกลางคืน อยู่อย่างนั้นทั้งวันทั้งคืน แต่พอโตแล้วสังขารมันไม่ไหว ทำเหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่ได้ ตอนเด็กปิดเทอม 3 เดือนเล่นเกมจนตาแทบถลนออกมา แต่พอเราโตอย่างนี้ เราไม่มีปิดเทอม เรามีแค่หยุดวันเดียว แล้วอีกวันนึงไปทำงานต่อ เราเคยลองหามรุ่งหามค่ำ อีกวันนึงทำงานนี่มึนเลยนะ ถ้าวันนี้เล่นเกม คือน้องเดียร์เขาจะไม่ว่าเรื่องเล่นเกม แต่ถ้าเราจะทำงานวันรุ่งขึ้นเมื่อไหร่ เขาจะมีลิมิต มานอนได้แล้ว เหมือนเป็นแม่ กินยา อาบน้ำ นอน ไม่ให้เล่นเกม แต่ถ้าเขารู้ว่าเรามีวันหยุด ตอนนี้ถ้าเล่นหนักสุดก็ตี 4”

เขาไม่ว่าเรื่องการติดเกม แต่เขาว่าเรื่องการเติมเงินเกม เคยเติมเยอะสุดเท่าไหร่ ?

หมอเจี๊ยบ : “มันเป็นการสะสม รวม ๆ มันซื้อแพ็ค แพ็คเกมสูงสุดมันก็ 3,900”

เคยซื้อทั้งหมดต่อเดือนเท่าไหร่ ?

หมอเจี๊ยบ : “เป็นหมื่น นี่ยังน้อยนะ ไปเจอคนที่เขาเล่นกันจริง ๆ เขาซื้อเป็นแสนเลย”

เดียร์บ่นไหม เรื่องเติมเงิน ?

หมอเจี๊ยบ : “บ่น แอบดูไง บัตรเครดิตมันส่งมาเก็บรายเดือน แล้วเขาก็มาบอกว่าเติมอะไรไป รู้นะว่าเติมเกมหมดไปเป็นหมื่น เราก็บอกว่าไม่เติมแล้ว แต่ก็เติม”

ฉายานี้ได้มายังไง หมอเจี๊ยบ ไอ้หื่น เพราะคุณไปตั้งชื่อบ้านของคุณใช่ไหมว่า บ้านหมีมีหอย ?

หมอเจี๊ยบ : “อันนี้ไม่ได้คิดอะไรอกุศลเลย เพราะด้วยความที่เจี๊ยบสะสมหมีแบบิก ส่วนน้องเดียร์จะชอบสะสมของที่เป็นรูปหอย แบบจานหอย ช้อนที่เป็นรูปหอย พวกเปลือกหอย นักเรียนเขาชอบ เจี๊ยบก็เลยคิดว่าบ้านเรา เป็นบ้านหมีมีหอย เพราะมีทั้งหมีและหอยเต็มบ้าน สักพักเราลงอินสตาแกรม อ่านคอมเมนต์ เขาบอกว่าหมอชื่อแซ่บจังนะ เราก็อ่านในคอมเมนต์ พอผวนเท่านั้นแหละ”

กับแฟนหื่นไหม ?

หมอเจี๊ยบ : “เอาจริง ๆ ไม่ใช่คนหื่นอะไรเลย เจี๊ยบเป็นคนปกติ แต่ว่าเวลาอยู่กับแฟน น้องเดียร์จะบอกว่าเจี๊ยบมีชินจังเป็นไอดอล เจี๊ยบชอบดูการ์ตูนชินจัง หรือการ์ตูนอะไรต่าง ๆ น้องเดียร์บอกว่าเจี๊ยบซึมซับการ์ตูนพวกนี้มาตอนเด็กมากโตมาเลยกลายเป็นคนแบบนี้ เขาจะใช้คำว่าดูชีกอ ทะเล้น ทะลึ่ง”

เรื่องอุจาระ หมอเจี๊ยบขอแฉแฟนกลางรายการ เกิดอะไรขึ้น ?

หมอเจี๊ยบ : “เจี๊ยบเป็นมนุษย์ที่แบบกังวลอะไรมาก ชีวิตเราจะไปหมกมุ่นอยู่กับมัน”

ที่บอกจะแฉเรากลางรายการคืออะไร ?

หมอเจี๊ยบ : “สงสารเขานะ คือเจี๊ยบเวลาโดนแฉเรื่องพวกนี้เจี๊ยบจะไม่เขิน เพราะว่าชีวิตเราเจอพวกนี้มาตลอดเวลา ชินไงด้วยความเป็นหมอ เรื่องขับถ่าย เป็นเรื่องปกติของมนุษย์อยู่แล้ว แต่น้องเดียร์เป็นคนขี้อายมาก เรื่องตด อึ อะไรอย่างนี้ แล้วมีวันนึงเขาเข้าห้องน้ำที่บ้าน กดแล้วมันไม่ลง มันคงเป็นความผิดพลาดอะไรบางอย่าง สงสาร แล้วเจี๊ยบไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แล้วมีเพื่อนเขามาที่บ้าน เสร็จแล้วเพื่อนเขาก็เข้าไปในห้องน้ำ แล้ววิ่งออกมาแบบใครอึในห้องน้ำ ซึ่งน้องเดียร์อายมาก เขาก็เลยบอกว่าของพี่เจี๊ยบมั้ง แล้วทีนี้น้องเดียร์ส่งมาบอกเจี๊ยบว่า เนี่ยเพื่อนมาบ้าน แล้วก็นู่นนี่นั่น เจี๊ยบก็แบบอ้าว…นี่มาโยนขี้ให้เราหนิ แล้วพอดีเจี๊ยบมีไลน์เพื่อนเขาพอดี เลยส่งไป นั่นไม่ใช่ขี้เรานะ นั่นขี้เดียร์ อันนี้เขามาโยนขี้ของแท้ โดนแฉกลับเลยน่าสงสารมาก”

คุณโตมากับขี้ ?

หมอเจี๊ยบ : “เล่นขี้ตั้งแต่เด็ก คือเด็กสมัยนี้พ่อแม่เขาเลี้ยงแบบสะอาดมาก แต่ยุคเราตอนเด็ก ๆ ไม่ค่อยมีของเล่น ขี้ยางลบเราก็เล่น แต่ด้วยความที่ตอนเด็กเราลุย เจอขี้หมาเราก็เอาไม้ไปเขี่ย อันนี้เจี๊ยบก็สงสัยตัวเองจนถึงทุกวันนี้จริ งๆ ว่าทำไมถึงทำอย่างนั้นกับน้องสาว ทุกวันนี้ยังมานั่งคุยกันเลยว่าทำไมทำแบบนี้ ตอนนั้นเจี๊ยบอยู่ประมาณ ป.2 หรืออะไรสักอย่าง แล้วก็น้องสาว ตกลงกันว่าวันแรกจะเอาขี้ใครก่อน อยู่ดี ๆ อยากเอาอุจาระตัวเองมาเล่น แล้วได้ข้อสรุปกันว่าจะเอาของเจี๊ยบ เจี๊ยบก็ไปนั่งเข้าห้องน้ำเรียบร้อย แล้วหยิบกระป๋องทรายที่ใส่ทรายตอนเด็ก ๆ ไปชายหาดสีชมพูจำได้เลย หยิบมาปุ๊บก็ล็อกประตูห้องน้ำ อยู่กับน้องสาวสองคน เริ่มปฏิบัติการ”

ใช้มือเหรอ ?

หมอเจี๊ยบ : “ใช่ ทุกวันนี้ยังงงว่าทำไมเจี๊ยบเล่นอย่างนั้นกับน้องสาว พอเข้าห้องน้ำเสร็จก็เอามือหยิบมาใส่ถัง น้องสาวกับเจี๊ยบก็นั่ง สักพักเอามือมาขยำกัน เสร็จก็ทะเลาะกันแย่งขี้ ไม่รู้มันสนุกอะไรถึงต้องแย่งกันขนาดนั่น แล้วก็พอทะเลาะก็ป้ายกันทั้งตัว ยายเปิดประตูออกไปยายรออยู่เลย ยายบอกเล่นอะไรกัน โดนด่าเปิง”

แล้วเหตุการณ์ไหน ขี้รดกางเกงตัวเอง ?

หมอเจี๊ยบ : “เยอะมาก ตอนเด็กนี่ขี้รดกางเกงตลอดเวลา แต่ว่าตอนโตบ้านใหม่ ช่วงที่สร้างบ้านยังไม่เสร็จ แล้วเจี๊ยบเป็นคนที่ระบบขับถ่ายดีมาก กินปุ๊บจะต้องเหมือนนกที่แบบออกมาเลย แล้วก็จำได้เลย เราขับรถกอล์ฟไป ก็พาน้องหมา แฟน พี่เลี้ยง ไปถ่ายรูปบ้าน เสร็จปุ๊บจูงน้องหมาเดินเล่นแถวหน้าบ้านที่มีแค่เสา สักพักเริ่มปวดท้อง แย่แล้วอยู่ดี ๆ ข้าศึกบุกทันที ตอนแรกจะไปขอเข้าห้องน้ำของพี่ที่มาก่อสร้างให้ เจี๊ยบก็วิ่งด้วยความเร็ว เสร็จแล้วก็หยุด เดียร์กับพี่เลี้ยงก็ตามมา จนพี่เลี้ยงถามว่าคุณหมอเป็นอะไร เจี๊ยบทำหน้าแบบเหมือนไม่ทันแล้ว แล้วจุดนั่นที่พีคที่สุดฉี่ตาม พี่ที่ตามมาก็ถามว่ามันไม่จริงใช่ไหมคุณหมอ เขาก็บอกว่าคุณหมอเยี่ยวแตก มันเพิ่งผ่านไปประมาณปีสองปีเอง”

ความรักครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ?

หมอเจี๊ยบ : “เป็นแบบรักใส ๆ ประมาณ ม.3 เขาเป็นคนที่เราน่าจะเรียกได้ว่าเขาเป็นรักครั้งแรกของเรา ตอนเด็ก ๆ เราไม่รู้จักความรักมาก่อน เราอยู่คนละห้อง มาเรียนเลขกลุ่มเดียวกัน แล้วรู้สึกว่ามันแปลก เราไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเวลามาเข้าแถวเราคอยมองหาเขาว่าเขามาหรือยัง หรือว่าทุกพักเบรกเราก็เดินไปหน้าห้องเขา หรือเวลาจะเห็นเขาจะโดนอาจารย์ทำโทษ เรารู้สึกว่าเราอยากโดนตีแทนจัง”

คนนี้ผู้หญิงหรือผู้ชาย ?

หมอเจี๊ยบ : “ไม่บอก ปล่อยให้งง ตอนนั้นเราเป็นเด็ก ม.3 เราต้องตั้งใจเรียน ก็ตัดสินใจเลิกยุ่งกับเขาเลย เพราะเรารู้สึกไม่เป็นตัวเอง ไม่ชอบสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะคนนี้แน่เลย เราต้องเลิกยุ่งกับเขา แล้วตั้งใจไว้ว่าถ้าเราสอบติดคณะที่เราอยากได้เราจะกลับไปคุยกับเขา คือเราแบบถ้าอะไรมาขวางเราจะตัดสิ่งนั้นออกไป”

คุยในฐานะเพื่อน ?

หมอเจี๊ยบ : “ก็ได้กลับมาคุยในฐานะที่กิ๊กกั๊กกัน”

พอมหาวิทยาลัยปุ๊บ ชีวิตเราก็เปลี่ยน เหมือนได้ปลดล็อกตัวเองว่าเราทำสำเร็จที่เราตั้งเป้าไว้แล้ว หลังจากนั้นกิ๊กเพียบเลยจริงไหม ?

หมอเจี๊ยบ : “ก็มีบ้าง เจี๊ยบว่ามันเป็นชีวิตของการเรียนรู้ตอนเด็กดีกว่า ก็ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี ถามว่าเสียใจไหมที่เคยทำอะไรแบบนั้นก็เสียใจ ถ้าย้อนกลับไปได้ก็อยากจะแก้ไข แต่ว่าอีกมุมเจี๊ยบคิดว่าถ้าเราไม่ได้ผ่านอะไรพวกนั้นมา วันนี้เราจะได้เจอน้องเดียร์ไหม ก็ยอมให้เลิกทุกอย่างเพื่อให้เจอน้องเดียร์อยู่ดี”

คนนี้ตั้งปณิธานเลยว่าจะไม่เลิกเด็กขาด ?

หมอเจี๊ยบ : “ถ้าสมมติวันนึงมันต้องเลิก มันก็จำเป็น แต่ว่าสำหรับเจี๊ยบถ้าจะเกิดจากความผิดพลาดไปกิ๊กกั๊กหรือทำให้เขาเสียใจ หรือทำให้คนอื่นเสียใจคงจะไม่มี เพราะว่าเราตั้งปณิธานไว้แล้วว่าเราจะไม่ทำความผิดอย่างที่เคยทำมา แต่ถ้าสุดท้ายวันนึงอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน แต่สำหรับเจี๊ยบ สิ่งที่ทำให้เจี๊ยบเปลี่ยนไปได้ก็คือวันนึงเจี๊ยบอาจจะตายไปแล้วที่มันจะพรากความรักของเจี๊ยบจากน้องเดียร์ไปได้”

อยากบอกอะไรเดียร์ ?

หมอเจี๊ยบ : “ขอเงินหน่อย ประกันมันตัดไม่ผ่านกับบัตรเครดิต ขอหน่อยนะ”

ทำไมเราถึงคิดว่าคนนี้เราจะไม่ยอมสูญเสียเขาไป ?

หมอเจี๊ยบ : “มันเป็นช่วงเวลาด้วย เราต้องเรียนรู้อะไรผิด อะไรถูก แล้วเจี๊ยบมาเรียนรู้ว่าการที่เราทำให้คนอื่นผิดหวังเรื่องความรัก รวมทั้งตัวเองมันเป็นบาปนะ เป็นกรรม และเป็นความรู้สึกที่ทรมานมาก ตอนวันที่เราทำเขาเราไม่รู้ตัวแต่วันที่เราโดนเองมันเป็นอะไรที่เจ็บปวด มันทำให้เจี๊ยบคิดได้ว่าหลังจากนี้ถ้าเจี๊ยบจะรักใครสักคน เจี๊ยบจะไม่ทำให้ใครมาเจ็บปวดแบบนี้อีก หรือการที่เราไปมีกิ๊กมันทำให้คนอื่นเจ็บปวด ไม่อยากสร้างกรรม และไม่อยากต้องมาวนเวียนอะไรแบบนั้นอีกแล้ว เราก็เลยตั้งปณิธานว่าคนไหนที่เรามั่นใจแล้วจริง ๆ เราจะทำให้ดีที่สุด แล้วเราก็ค้นพบในน้องเดียร์ว่าเรารักเขาในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสียของเขา เราก็รับได้ แล้วมันไม่ได้มีความรู้สึกฝืนแบบต้องพยายามทำดีให้เธอทั้ง ๆ ที่ฉันไม่อยากทำ มันเป็นความรู้สึกยินดีและอยากทำมาก เพื่อที่เราจะได้รักษาเขาไว้ แล้วรักษาความรักเราให้ดีที่สุด”

การสมรสเท่าเทียม เวลาพูดเรื่องนี้หมอเจี๊ยบจะจริงจังมาก เพราะอะไร ?

หมอเจี๊ยบ : “เพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิทธิ์ที่เราควรจะได้รับ แต่ว่าเรารักใครสักคน เราไม่ได้ต้องการจะแต่งงานเพื่อป่าวประกาศว่าเรารักกัน ไม่เรามองอนาคต เรามองการไกลว่าฉันอยากให้คู่รักของฉันมั่นคงในสิ่งที่ได้รับเหมือนชายหญิงตอนนี้กฎหมายยังไม่ออกมา ที่ออกมามันก็ไม่สามารถสมรสได้เท่าเทียมแบบชายหญิง”

อนาคตจะมีโอกาสเกิดขึ้นไหม ?

หมอเจี๊ยบ : “เจี๊ยบไม่รู้เลย แต่เจี๊ยบเชื่อว่ากลุ่ม LGBTQ หรือแบบเจี๊ยบ หรือชาย หญิงทุกคนเขายังสนับสนุนให้กฎหมายนี้มันเท่าเทียม อยากให้มันเป็นสมรสที่เท่าเทียมจริง ๆ ไม่ใช่ว่าคุณตัดอะไรหลาย ๆ อย่างมาเพื่อให้มันมีกฎหมายสมรสของคู่ชีวิตไปก็เท่านั้นแหละ แต่ว่าไม่เท่าเทียม เจี๊ยบว่าอย่างนี้มันไม่สมควร เพราะเราก็เป็นประชาชนคนนึงที่จ่ายเงิน จ่ายภาษี ทำทุกอย่าง เราไม่ได้ทำอะไรเดือดร้อน แต่ว่าสิทธิ์ที่เราได้มันน้อยกว่า”

แบบนี้คู่ของหมอเจี๊ยบจะมีพิธีงานหมั้นหรืองานแต่งในอนาคตไหม ?

หมอเจี๊ยบ : “เจี๊ยบก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่กฎหมายมันจะออกมาเปิดโอกาสให้พวกเรากลุ่มนี้สามารถมีสิทธิ์และมีการสมรสที่เท่าเทียมได้เหมือนคู่ชายหญิง จริง ๆ ถ้าเกิดวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ แน่นอนเลยว่าเจี๊ยบจะไปวันนั้นทันที”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บ Show ย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama


Entertainment Addict Editorial Team
อ่านทั้งหมด