มิ้วกี้ ไปรยา ร่ำไห้! เปิดชีวิตหลังเลิกสามี ยอมหมดขอแค่สิทธิ์การเลี้ยงดูลูก 100 %

  • By Entertainment Addict Editorial Team
  • 08 ก.ย. 2022 (13:36 น.)
  • 0

ยูทูบเบอร์สาวชื่อดัง มิ้วกี้-ไปรยา ผดุงสุข เปิดใจถึงความสัมพันธ์ ชีวิตหลังยุติสถานะสามีภรรยา เล่าสาเหตุโดนกระแสดราม่า มูฟออนไว ร่ำไห้กลางรายการรับยังเป็นห่วงอดีตสามีอยู่ตลอดเวลา เผยความรัก ณ ปัจจุบันเปิดกว้างเรื่องสถานะและไม่จำกัดเพศ ในรายการ WOODY FM

ชีวิตของ มิ้วกี้ ไปรยา เป็นชีวิตที่หลายคนอิจฉาไหม ?

“ดีใจที่เขาอิจฉาอยากจะเป็นเรา เพราะว่ากว่าจะเป็นมิวกี้มันไม่ง่าย ไม่ได้ดีใจที่เขาอยากเป็นเราที่ช้อปปิ้งวันละกี่ล้าน อยากจะบอกว่าในระหว่างการเดินทางของชีวิตมีหลายเรื่องราว วันนี้อายุ 34 ปี นั่งคิดว่าทำไมเราผ่านอะไรมาได้เยอะขนาดนี้ ผ่านความลำบาก เหน็ดเหนื่อยต่อสู้ การดูถูก เพราะว่าโตมาจากชุมชน เราก็จะเห็นเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ไปยืมเงินคนอื่นเป็นยังไง เห็นหลากหลายเรื่องราวของคนในซอยบ้าน รู้สึกว่าเราต้องไม่เป็นแบบนี้ ต้องพาพ่อแม่และน้องออกไปจากตรงนี้ให้ได้ ไม่ได้โกรธหรือเกลียดเวลาที่ใครว่าหรือดูถูก ใช้คำว่าแค่เสียใจมากกว่า รู้สึกว่าเขาก็คือแรงผลักดันอย่างหนึ่งที่ทำให้เรามีวันนี้”

“อยากเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้หญิงทุกคนที่คิดว่าตัวเองแบบชีวิตนี้ฉันทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว คุณทำได้ หนูบอกทุกคนเสมอว่าไม่แข่งสวยกับใคร ไม่แข่งว่าฉันเป็นไฮโซ แต่ถ้าถามว่าสู้ขนาดไหน สู้ยิบตา ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะสู้จนมีวันนี้ ในวันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าประสบความสำเร็จตามที่ต้องการแล้ว ซึ่ง goal คนเรามันก็ต้องมีไปอีกตลอดชีวิต แต่ว่าเราพอใจในสิ่งที่มีทุกวันนี้มาก ๆ มีคุณแม่ คุณพ่อ ที่ร่างกายยังแข็งแรงดูแลตัวเองได้ ลูกชายก็น่ารัก มีทีมงานที่สู้ไปด้วยกัน มีเพื่อน ๆ มีแฟนคลับที่น่ารักมาก ๆ ที่ซัพพอร์ตตลอดเวลา มันยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว”

เป็นคนที่ดูแลหุ่นได้ดีมาก มีเคล็ดลับไหมในการดูแลร่างกาย ?

“อันดับแรกเลยก็คืออกหักลดลงไป 10 กิโล ตอนที่เลิกกับสามี แต่ว่าก็ออกกำลังกายเป็นประจำค่ะ”

เลิกกับสามีนานหรือยัง เห็นคุณโพสต์ว่าถ้าเลือกได้ก็ยังคงแต่งงานกับคนเดิม ?

“ตั้งแต่เดือนมกราคม ใช่ค่ะ 8-9 ปีที่แล้วผ่านมาด้วยกัน ตอนนั้นเรามีความสุขจริง ๆ คือถ้าเราไม่มีความสุข เราไม่เลือกคนนี้แน่นอน ย้อนกลับไป ณ เวลานั้นเขาก็เป็นคนดี คนที่น่ารักของหนูจริง ๆ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็ยังเลือกเขา ยังดีใจที่เขาเป็นพ่อของลูก”

ตอนที่เลิกมีดราม่าเยอะเหมือนกันใช่ไหม ?

“สังคมไทยฟังคำพูดของคนอื่นมากจนเกินไป บางครั้งเราหลงลืมตัวเราเอง ว่าจริง ๆ แล้วเราทำแบบนี้ได้นะ อย่างเช่นเรื่อง Move On ไว หลายคนสนใจเรื่องนี้มาก ๆ อยากจะถามว่าต้องรอเท่าไหร่ถึงจะช้าหรือเร็ว 3 ปีเหรอ เราบอกไม่ได้เลยว่าพรุ่งนี้เราจะเจอคนหนึ่งที่คุยแล้วสบายใจได้ไหม สุดท้ายแล้วสเปคไม่สำคัญเท่ากับความสบายใจ เราต้องคิดให้ได้ก่อนว่าเรื่องเก่ามันทำอะไรไม่ได้แล้วมันจบไปแล้ว เราต้องเดินหน้าต่อ”

หย่ากันหรือยัง ?

“ยังค่ะ จนถึงทุกวันนี้เขาเอาอะไรก็ยอมให้ แต่ขอสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกเป็นของเรา 100 % แค่นี้พอแล้ว เพราะเชื่อว่าเราสามารถทำงานแล้วก็หาเงินได้ด้วยตัวเอง ไม่เรียกร้องอะไรจากเขาเลยค่ะแม้แต่บาทเดียว”

คิดถึงเรื่องนี้ทุกคืนไหม ?

“คิดถึง ตัวเราเองเป็นห่วงเขาว่า วันหนึ่งเขาไม่มีเราแล้ว เขาไปทำงาน ทำอะไรจะโอเคไหม ซึ่งหนูอยากให้เขาโอเค มันมีหลายเรื่องราวมากเลยค่ะ ที่หลายคนไม่รู้”

ในใจคุณเจอปัญหานี้อยู่ แต่คุณก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่ ?

“ตลอดเวลา (น้ำตาไหล) หนูไม่มีความคิดไม่ดีกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว”

ถ้าขอพรได้ 1 ประการตอนนี้ อยากได้อะไร ?

“อยากให้ตัวเองกลับมาแข็งแรงให้เร็วที่สุด แข็งแรงแบบ 100%”

ตอนที่แยกทางเสียใจมากใช่ไหม ?

“เสียใจค่ะ หลายคนจะคิดว่าคนที่บอกเลิกก่อนต้องไม่เสียใจ แต่จริง ๆ เราเสียใจมาก ที่ตัดสินใจที่จะเดินออกมาจากตรงนั้น ช่วงแรกก็นอนไม่ได้ นอนคนเดียวไม่ได้ เพราะเรานอนกับคน ๆ หนึ่งมา 8-9 ปีทุกวัน นอนไม่ได้เลย ไม่ปิดไฟนอน มันแปลกไปหมดเลย อยู่บ้านไม่ได้ ต้องหาที่ออกไป ไปต่างจังหวัด ไปทำอะไรให้มันยุ่ง ๆ เป็นช่วงเวลาที่ยากมาก ๆ”

เดี๋ยวเรื่องนี้ต้องจบลงด้วยอะไรบางอย่าง ต้องมีใครบางคนปล่อยวาง ?

“ภาวนาให้เขาปล่อยวางมันจะได้จบกันแบบสวยที่สุด ดีที่สุด ในหัวเราคิดทุกวันว่า มิ้วกี้วันนี้ปัญหามันเข้ามาแล้ว จะเอายังไงจะนอนอยู่เฉย ๆ หรือว่าจะลุกขึ้นมาแล้วสู้กับมัน แล้วจะมีคำหนึ่งในหัวจะบอกลูกน้องตลอดว่า คนที่นอนตายหมดลมหายใจเท่านั้นที่จะไม่สู้ มิ้วกี้ลุกขึ้นมาแล้วสู้ต่อ”

พูดถึงเรื่องความรักหรือคนที่จะคบด้วยตอนนี้เราไม่จำกัดเรื่องของเพศ ?

“ไม่ค่ะ สเปคไม่สำคัญเท่ากับว่าเราอยู่กับใครแล้วสบายใจ ตอนนี้หนูเปิดกว้างกับตัวเองมาก ๆ ทุกเพศ เมื่อก่อนยอมรับว่าหญิงมันต้องกับชาย แต่ทุกวันนี้รู้สึกว่าถ้าอยู่กับใครแล้วสบายใจ หนูรักที่เขาเป็นตัวเขา เขารักที่หนูเป็นตัวหนู เรื่องเพศไม่สำคัญ หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้มันสอนหลายอย่างมาก ๆ เลย เมื่อก่อนเราต้องบังคับตัวเองกับสเตตัส ตกลงเราเป็นอะไรกัน ทุกวันนี้หนูไม่มีสถานะอะไรเลย เชื่อว่าสถานะที่ดีที่สุดคือรักที่ไม่มีเงื่อนไข ถ้าเราจำกัดสถานะมันจะเกิดความหึงหวง อารมณ์ ความเป็นตัวเองหลาย ๆ อย่าง แต่พอเราเป็นเพื่อนกัน เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกันและกัน วันหนึ่งก็จะไม่มีคำว่าเลิกรา ไม่มีคำว่าเกลียดกัน เราตกลงกันว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปยาวที่สุด ฉะนั้นสถานะไม่ต้องพูดถึง”


Entertainment Addict Editorial Team
อ่านทั้งหมด