เอแคลร์ จือปาก โบกมือลาสลัมคลองเตย สู่บ้านใหม่ 27 ล้าน เผยเหตุการณ์ลำบากที่สุดในชีวิต

  • By Entertainment Addict Editorial Team
  • 09 มิ.ย. 2021 (14:04 น.)
  • 0

เป็นอีกหนึ่งยูทูบเบอร์ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมากเลยทีเดียว สำหรับ เอแคลร์ จือปาก ที่คอยตระเวนกิน เที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ และเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์อีกด้วย จนมีผู้ติดตามและให้การสนับสนุนมากมาย ซึ่งล่าสุด เหมือนความพยายามทั้งหมดที่ตั้งใจทำมาจะตอบรับเอแคลร์แล้วในวันนี้ เพราะเจ้าตัวพลิกชีวิตและครอบครัวให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และทำความฝันเป็นจริงหลังจากได้ซื้อบ้านหลังใหม่ในมูลค่า 27 ล้านบาท

โดยเจ้าตัวได้โพสต์บรรยายความรู้สึกผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวไว้ว่า “#ลาแล้วคลองเตย 😭 ❤️ ฮืออออ ใกล้ถึงเวลาที่ต้องย้ายออกจากบ้านหลังนี้แล้วจริงๆ ใจหายมากๆ ที่นี่คือบ้าน ที่นี่คือชีวิตของหนูเลย ตอนจะซื้อบ้านใหม่ก็ตื่นเต้นแค่เพราะกำลังจะมีบ้านใหม่ (ซึ่งจะมีทำไมก็ไม่รู้ ถ้านับเรื่องคุณภาพขีวิตที่จะดีขึ้น) แต่ตอนนี้พอรู้ว่าจะต้องย้ายออกไปใช้ชีวิตหลักที่บ้านหลังใหม่มันใจหายสุดๆ #ความทรงจำทุกอย่าง มันเริ่มต้นที่นี่ ความสุข ทุกข์ เศร้า รื่นเริง มันมีเรื่องราวฝังอยู่ในใจที่นี่ทั้งหมด

หนูว่าหนูเก่งมากเลยนะจากเด็กธรรมดาคนนึงที่สู้มาตลอดไม่เคยยอมแพ้ความจนเลย หนูกำลังจะพาทุกคนในบ้านไปอยู่ที่ใหม่กันแล้วนะ บ้านใหม่ ใหญ่กว่า หรูกว่า สังคมดีมากกว่า และหวังว่าจะสร้างความสุขให้พวกเราได้เท่าบ้านหลังนี้นะ

ขอบคุณชีวิตที่เกิดมาในสลัมคลองเตยมากๆที่ทำให้หนูเข้มแข็งมาก เวลาออกไปเจอโลกข้างนอกพูดกับตัวเองเสมอว่า “มาเหอะ พร้อมมาก” ไม่เคยกลัวอะไรเลย ขอบคุณมิตรภาพจากเพื่อนข้างบ้านที่คอยช่วยเหลือกัน แม่กระทั่งเวลาไปต่างจังหวัดหลายวัน บ้านแทบไม่ต้องปิดประตูเลย ทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลกัน พริก น้ำปลา อะไรหมด ก็ขอจากคนข้างบ้านได้เลย ไม่รู้ว่าสังคมที่บ้านหลังใหม่จะเป็นแบบนี้ไหมด้วยซ้ำ

ถ้าพ่ออยู่ โคตรอยากให้พ่อเห็นเลยโว่ยยยยยย อะไรที่พ่อเคยสร้าง อะไรที่พ่อเคยมี หนูอยากจะบอกว่าหลังจากที่บ้านเราโดนไฟไหม้ไปหนูสร้างทุกอย่างกลับมาได้หมดแล้วนะพ่อ แถมยังดีกว่าเดิมมากๆด้วย ฮือออออ พ่อดีใจกับหนูไหม? มาเข้าฝันหนูบ้างหนูอยากให้พ่อไปอยู่บ้านใหม่กับหนูนะ

อนาคตชีวิตหลักๆของหนูคงไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ แต่หลังนี้ จะอยู่ในความทรงจำตลอดไปนะ ไม่ได้ย้ายของไปทั้งหมดเพราะยังทิ้งหลังนี้ไปไม่ได้ เวลาเราไปอยู่ที่ใหม่เราจะได้ไม่ลืมว่าเรามาจากที่ไหน ถ้าวันไหนเหนื่อยก็ค่อยกลับมาคลองเตยบ้านของเรา #รักนะคลองเตย ❤️”

และเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา เอแคลร์ ได้เผยแพร่คลิปตอนล่าสุดในช่องยูทูบ Juepak ตอน กำลังจะย้ายออกจากคลองเตย เป็นคลิปที่เจ้าตัวออกมาเล่าทิ้งทวนความทรงจำตั้งแต่เกิดที่อยู่บ้านหลังเก่า ประมาณว่า “ตนไม่ใช่คนที่ลำบากอะไรในสมัยที่คุณพ่อยังอยู่ ก็อยู่ในฐานะปานกลาง ถึงค่อนข้างมีเลยด้วยซ้ำ เพราะในยุคนั้น บ้านไหนที่ทำงานชิปปิ้งในการท่าเรือ คือจะมีเงินมาก ๆ แล้วคุณพ่อของตนคือหนึ่งในนั้น จนช่วง ป.1 คุณพ่อของตนได้จากไปอย่างสงบ หลังจากที่เสียเสาหลักในครอบครัวไป ฐานะครอบครัวแย่ลงทันที จากคุณแม่ที่ไม่เคยทำงานเลย เป็นแค่แม่บ้านที่ดูแลครอบครัว ต้องเป็นเสาหลักแทนโดยการไปสมัครงานเป็นสาวโรงงาน ใกล้ ๆ บ้าน เพราะต้องส่งลูก ๆ ที่ยังอยู่ในวัยเรียนทั้ง 3 คน ตนเองและพี่สาวเรียนโรงเรียนเอกชน และมีค่าเทอมค่อนข้างสูง แต่เอแคลร์เป็นคนเรียนเก่ง ครูจึงได้พาไปขอทุนเรียน

จนกระทั่งถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอีกครั้ง เพราะไฟไหม้วอดทั้งหลัง โดยตอนนั้นใกล้ช่วงสอบ มีสิ่งเดียวที่ตนนึกถึงคือหนังสือ ตนเองรีบวิ่งไปยกเอกสารกับหนังสือเรียนออกมาได้ ก่อนที่บ้านจะถล่มลงมาทันที ทุก ๆ คน ในบ้านพยายามหางานทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน กู้เงิน ตัวเองยอมตื่นเช้า เพราะต้องเดินไปเรียน ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 40 บาทเท่านั้น ก่อนจะไปโรงเรียนแม่จะวิ่งไปนุ้นที บ้านนี้ที เพื่อยืมเงินให้ตนไปโรงเรียน

พอถึงช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย เอแคลร์คิดว่าตัวเองเก่งพอสมควร คงสอบติดมหาลัยรัฐบาลชั้นนำแน่ ๆ แต่เหตุการณ์ไม่เป็นดั่งใจหวัง ตนไม่ติดอย่างที่คาดคิดไว้ สุดท้ายต้องเข้ามหาวิทยาลัยเอกชน ตนรู้ดีว่าหากเรียนเอกชนจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ตนมีเป้าหมายแล้วว่าอยากทำอะไร ไปหากู้เพิ่มทั้งที่มีหนี้ก้อนใหญ่ก่อนนั้นอยู่แล้ว ไปทำงานต่าง ๆ เท่าที่จะทำไหว เพื่อที่จะไปสมัครเรียน

จนสุดท้ายก็ได้เข้าเรียนอย่างที่ตั้งใจ แต่มหาวิทยาลัยค่อนข้างไกลจากบ้าน ตนเองต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อเดินทางไปมหาวิทยาลัย นั่งรถเมล์ 4-5 ต่อ พยายามกินข้าวแถมบ้านง่าย ๆ ช่วงแรก ๆ ที่นั่งรถเมล์ก็พอไหว แต่พอนานวันขึ้นก็เปลี่ยนมานั่งรถไฟฟ้าเพราะช่วยประหยัดเวลา แต่ค่าอาหารกลางวันก็ลดหายไปด้วยเช่นกัน ก็ต้องตัดใจเดินจากบ้านเพื่อไปขึ้นบีทีเอส เพื่อประหยัดค่ารถเพิ่มอีก เมื่อไหร่ที่มองหันกลับไปมองเพื่อนแต่ละคนแล้วที่มีฐานะดีกว่า คิดว่าตัวเองลำบากมาก ๆ เหนื่อยจนร้องไห้บนรถ น้อยใจตัวเองที่ไม่มีเหมือนคน”


Entertainment Addict Editorial Team
อ่านทั้งหมด